ภาษีคริปโตกฎหมายไทย ในปัจจุบัน 2569

เริ่มโดย Support-3, เมื่อวานนี้ เวลา 03:02:43 หลังเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

Support-3

ภาษีคริปโตกฎหมายไทย ในปัจจุบัน 2569
      หลักสำคัญคือ ไม่ได้เสียภาษีเพียงเพราะ "ถอนเงิน" แต่ต้องดูว่าเงินที่ถอนนั้นเป็น เงินต้นหรือกำไรจากคริปโต โดยกรมสรรพากรระบุว่าผลประโยชน์จากการโอนคริปโตที่เกินกว่าที่ลงทุน เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ฌ)



1. ถ้าเป็น "เงินของเราเอง" ไม่ใช่เงินได้ใหม่ → ไม่ได้เสียภาษีเพราะการถอน
ตัวอย่างเช่น มีเงินของตัวเองอยู่ในบัญชีต่างประเทศ แล้วโอนเงินต้นกลับเข้าบัญชีไทย
กรมสรรพากรระบุไว้โดยตรงว่า เงินต้นไม่ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน และไม่ต้องเสียภาษีจากการนำเงินต้นกลับเข้าประเทศ
ตัว
      •    โอนเงินของตัวเองไปลงทุนต่างประเทศ 200,000 บาท
      •    ต่อมาปิดบัญชีและนำเงิน 200,000 บาทกลับประเทศไทย
      •    เงิน 200,000 บาทไม่ถือเป็นเงินได้
      •    ไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากเงินจำนวนนี้
ดังนั้น "ถอน/โอนเงินกลับไทย" ไม่ได้แปลว่าเสียภาษีทันที

2. แต่ถ้าเงินที่ถอน/โอนกลับมาเป็น "รายได้ที่เกิดขึ้นจากต่างประเทศ" อาจต้องเสียภาษี
มาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากรเป็นหลักสำคัญ
กรณีเป็นเงินได้จากต่างประเทศ เช่น
      •    เงินเดือน/ค่าจ้างจากงานต่างประเทศ
      •    รายได้จากธุรกิจต่างประเทศ
      •    ค่าเช่าทรัพย์สินในต่างประเทศ
      •    ดอกเบี้ย
      •    เงิน
      •    กำไรจากทรัพย์สิน/การลงทุนบางประเภท
หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ก็อาจต้องนำมาคำนวณภาษีไทย
โดยหลักที่กรมสรรพากรอธิบายคือ ต้องพิจารณาว่า
1. เป็นเงินได้จากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ
และ
2. ผู้มีเงินได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยตามเกณฑ์ 180 วันในปีที่เกิดเงินได้
และ
3. มีการนำเงินได้ดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทย
คำสั่งกรมสรรพากร ป.161/2566 และ ป.162/2566 เป็นเอกสารสำคัญในเรื่องนี้โดยตรง

3. จุดที่สำคัญมาก: เงินได้เกิดปีหนึ่ง แล้วนำเข้าประเทศอีกปีก็ยังต้องพิจารณาภาษี
อันนี้เป็นประเด็นที่คนมักเข้าใจผิด
      ตามแนวทางของกรมสรรพากร หากเงินได้จากต่างประเทศเกิดขึ้นในปีที่เข้าเกณฑ์ และต่อมานำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย แม้จะเป็นคนละปีภาษี ก็ยังต้องนำเงินได้นั้นมาพิจารณาภาษีในปีที่นำเข้าประเทศ
ตัวอย่างง่าย ๆ:
      - ปี 2567 ได้ดอกเบี้ยจากบัญชีต่างประเทศ 5,000 บาท
      - ปี 2568 จึงโอนเงินกลับประเทศไทย
กรมสรรพากรระบุว่า เงินต้นไม่เสียภาษี แต่ดอกเบี้ย 5,000 บาทเป็นเงินได้ที่ต้องนำมาพิจารณาภาษี ตามเงื่อนไขของกฎหมาย

4. ถ้าเป็นเงินลงทุน ต้องแยก "เงินต้น" กับ "กำไร"
ตัวอย่าง:
  • ฝากเงินต่างประเทศไว้ 100,000 บาท
  • ต่อมาได้เงินกลับมา 120,000 บาท
  • ต้องแยกเป็น
เงินที่นำกลับหลักการ 100,000 บาท เงินต้นไม่ใช่เงินได้เพราะการโอนกลับ 20,000 บาท ส่วนที่เป็นรายได้/กำไร ต้องพิจารณาว่าเข้าลักษณะเงินได้พึงประเมินและเข้าเงื่อนไขภาษีหรือไม่ กรมสรรพากรยืนยันหลักการเรื่อง เงินต้นไม่เสียภาษี แต่ส่วนที่เป็นดอกเบี้ยซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินต้องพิจารณาภาษี ไว้อย่างชัดเจน ดังนั้น อย่าดูเพียงยอดเงินที่ถอนออกมา ต้องดูว่าเงินนั้นประกอบด้วยอะไร

5. ถ้าเป็นการถอนเงินจากบัญชีในประเทศไทยเอง
ถ้าคุณหมายถึง มีเงินอยู่ในบัญชีธนาคารไทย แล้วถอนออกมาเป็นเงินสด การถอนเงินออกจากบัญชีของตัวเองไม่ได้ทำให้เกิดภาษีเงินได้ขึ้นมาใหม่เพียงเพราะถอนเงิน ภาษีจะพิจารณาที่ แหล่งที่มาของเงินและลักษณะของเงินได้ ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ว่า "ถอนเงินออกจากธนาคาร"
คำว่า "ถอนเงิน" จึงต้องดูว่าคุณหมายถึงถอนเงินประเภทไหน

6. ถ้าเป็นเงินจากแพลตฟอร์มต่างประเทศ ต้องดูละเอียดกว่านี้
ถ้ากรณีของคุณคือ ถอนเงินจากแพลตฟอร์มต่างประเทศเข้าธนาคารไทย เช่น
      •    Trading
      •    Forex
      •    หุ้นต่างประเทศ
      •    Crypto
      •    Online business
      •    Affiliate
      •    YouTube/TikTok
      •    PayPal
      •    บริษัทต่างประเทศ
      •    เงินเดือนจากต่างประเทศ
      •    บัญชีธนาคารต่างประเทศ
      •    Broker ต่างประเทศ
คำตอบ ไม่เหมือนกันทุกกรณี เพราะต้องดูว่าเงินที่ถอนคือ เงินต้น / กำไร / ดอกเบี้ย /เงินปันผล / ค่าจ้าง / รายได้จากธุรกิจ / เงินจากการขายทรัพย์สิน และต้องดู ปีที่เงินได้เกิด + ปีที่นำเงินเข้าไทย + จำนวนวันที่อยู่ประเทศไทย




7. อัตราภาษีปัจจุบัน
ถ้าเข้าข่ายเงินได้บุคคลธรรมดา เงินได้สุทธิจะใช้อัตราภาษีแบบขั้นบันได โดยปัจจุบันอัตราสูงสุดอยู่ที่ 35%
เงินได้สุทธิ    อัตรา
  • เงินได้สุทธิ 0–150,000    อัตรา ยกเว้น
  • เงินได้สุทธิ150,001–300,000    อัตรา 5%
  • เงินได้สุทธิ300,001–500,000    อัตรา 10%
  • เงินได้สุทธิ500,001–750,000    อัตรา 15%
  • เงินได้สุทธิ750,001–1,000,000    อัตรา 20%
  • เงินได้สุทธิ1,000,001–2,000,000    อัตรา 25%
  • เงินได้สุทธิ2,000,001–5,000,000    อัตรา 30%
  • เงินได้สุทธิมากกว่า 5,000,000    อัตรา 35%
      ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า เงินที่ถอน 5 ล้านบาทจะเสียภาษี 35% ทั้งก้อน เพราะเป็นอัตราภาษีแบบขั้นบันได และต้องคำนวณตามประเภทเงินได้ ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

8. อีกเรื่องที่ควรแยกออกจาก "ภาษี" คือกฎการโอนเงินเข้า-ออกประเทศ
      ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า การนำเงินตราต่างประเทศหรือเงินบาทเข้าประเทศสามารถทำได้โดยไม่จำกัดจำนวน แต่ธุรกรรมเงินตราต่างประเทศบางประเภทมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำเงินกลับประเทศและการฝาก/ขายผ่านสถาบันการเงิน ดังนั้น กฎของธนาคารแห่งประเทศไทย ≠ กฎหมายภาษีของกรมสรรพากร สองเรื่องนี้ไม่ควรนำมาปนกัน

สรุป
"ถอนเงิน" ไม่ใช่เหตุที่ทำให้ต้องเสียภาษีโดยอัตโนมัติ
สิ่งที่ต้องดูคือ เงินนั้นมาจากไหน → เป็นเงินต้นหรือรายได้ → รายได้เกิดเมื่อไร → เกิดในไทยหรือต่างประเทศ → อยู่ไทยกี่วันในปีที่เกิดรายได้ → นำเงินเข้าไทยเมื่อไร โดยเฉพาะกรณี เงินจากต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นมา ต้องให้ความสำคัญกับคำสั่งกรมสรรพากร ป.161/2566 และ ป.162/2566 ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติสำคัญในเรื่องนี้