ก.ล.ต. เปิดทาง Bitcoin & Ethereum ETF แต่ห้ามรายย่อยซื้อของนอก

เริ่มโดย Support-3, เมื่อวานนี้ เวลา 08:06:03 ก่อนเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

Support-3

ก.ล.ต. เปิดทาง Bitcoin & Ethereum ETF แต่ห้ามรายย่อยซื้อของนอก



      ข่าวใหญ่สำหรับวงการคริปโตไทย! สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ฤกษ์คลอดประกาศ 11 ฉบับ เปิดทางให้กองทุน ETF สำหรับ Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) สามารถจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้อย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2026 นี้เป็นต้นไป
      แต่มิติใหม่นี้มาพร้อมกับเงื่อนไขที่ค่อนข้างรัดกุม โดยเฉพาะการ "ปิดประตู" ไม่ให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึง ETF คริปโตจากต่างประเทศ เพื่อดึงกระแสเงินสดและดีมานด์ทั้งหมดให้อยู่ในระบบของไทย
ดังนี้
      - สกัดการลงทุนต่างประเทศ: นักลงทุนรายย่อยจะไม่สามารถซื้อ ETF คริปโตต่างประเทศผ่านใบแสดงสิทธิฝากหลักทรัพย์ (DRs) ได้อีกต่อไป ขณะที่โบรกเกอร์ก็ถูกห้ามแนะนำหรืออำนวยความสะดวกในการซื้อขายผลิตภัณฑ์ต่างประเทศเหล่านี้ ยกเว้นแต่จะเป็นกลุ่มนักลงทุนสถาบันหรือผู้มีสินทรัพย์สุทธิสูงมากๆ เท่านั้น
      - หนุนตลาดในประเทศ: กองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลของไทยจะหันมาลงทุนใน ETF คริปโตที่ออกและจดทะเบียนในไทยแทนเพื่อบังคับให้เม็ดเงินลงทุนทั้งหมดพุ่งตรงมาขับเคลื่อนตลาดทุนภายในประเทศเป็นอันดับแรก
สำหรับใครที่สนใจลงทุนใน Crypto ETF สัญชาติไทย มีข้อกำหนดที่คุณควรรู้ดังนี้:
      - ประเดิมแค่ 2 เหรียญหลัก: ในช่วงแรกจะอนุญาตเฉพาะกองทุนของ BTC และ ETH เท่านั้น ส่วนสินทรัพย์อื่นๆ ก.ล.ต. จะพิจารณาเพิ่มเติมในอนาคตตามความเหมาะสมและสภาพคล่องของตลาด
      - รูปแบบ Passive เต็มตัว: กองทุนต้องลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดนั้นๆ เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80% ของสินทรัพย์สุทธิรวมในแต่ละปีบัญชี
      - ฝากสินทรัพย์ในประเทศ: ตัวเหรียญคริปโตต้องถูกเก็บรักษาโดยผู้ดูแลที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทยเป็นหลัก (อนาคตอาจมีการยืดหยุ่นให้ผู้ดูแลต่างประเทศที่ผ่านเกณฑ์ในบางกรณี)
      - ต้องสอบผ่านความเสี่ยง: นักลงทุนทุกคนต้องผ่านการอบรมและยืนยันความเข้าใจความเสี่ยงก่อนเริ่มซื้อขาย
      - ห้ามกู้ยืม / ห้ามใช้ Leverage: โบรกเกอร์ไม่มีนโยบายปล่อยสินเชื่อหรือเปิดให้กู้เงินเพื่อมาซื้อ ETF กลุ่มนี้ เช่นเดียวกับกฎระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ ในปัจจุบัน

การปรับเกณฑ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของ ก.ล.ต. ที่ต้องการวางรากฐานตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยให้เติบโตผ่านผู้เล่น ผู้จัดการกองทุน และผู้ดูแลสินทรัพย์ในประเทศ เพื่อความปลอดภัยและการคุ้มครองผู้ลงทุนที่รัดกุมยิ่งขึ้น

อ้างอิง:
แหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ข่าวฉบับที่ 216/2569 วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เรื่อง "ก.ล.ต. ออกหลักเกณฑ์รองรับ Crypto ETF ในไทย"
เว็บไซต์: www.sec.or.th/TH/Pages/News_Detail.aspx?SECID=13410
ข้อมูล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569