ก.ล.ต. เชือด Bitget สั่งบล็อกเว็บ-ฟันอินฟลูฯ

เริ่มโดย Support-3, วันนี้ เวลา 04:41:27 ก่อนเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

Support-3

ชำแหละคดี ก.ล.ต. เชือด "Bitget" สั่งบล็อกเว็บ-ฟันอินฟลูฯ



เรื่องนี้คืออะไร และเกิดอะไรขึ้น?
      Bitget คืออะไร? Bitget เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency Exchange) ระดับโลกที่ให้บริการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีและฟิวเจอร์ส ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากจากนักลงทุนทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย
      เกิดอะไรขึ้น? เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการคริปโตไทย ด้วยการประกาศ "กล่าวโทษทางอาญา" และสั่งบล็อกการเข้าถึงแพลตฟอร์ม Bitget ในประเทศไทย โดยระบุว่า Bitget เข้ามาทำธุรกิจกระดานเทรดในไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย พร้อมทั้งเอาผิดบุคคลที่ช่วยทำการตลาดให้อีกด้วย ส่งผลให้นักลงทุนต้องรีบดึงเงินออก และอาจทำให้แผนการขยายธุรกิจอย่างถูกกฎหมายในไทยของ Bitget ต้องสะดุดลง



เจาะลึกรายละเอียดการดำเนินคดี
      การขยับตัวของ ก.ล.ต. ในครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยมีการส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ
ผู้ที่ถูกกล่าวโทษทางอาญา
      การกล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่:
      1. นิติบุคคล: บริษัท BG Limited ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Bitget ในข้อหาเปิดศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับใบอนุญาต
      2. บุคคลธรรมดา: อินฟลูเอนเซอร์ 1 ราย (ระบุชื่อว่านายกฤษณะ) ในข้อหาเป็น "ผู้สนับสนุน" การกระทำความผิด ผ่านการเปิดเพจเฟซบุ๊กและช่อง YouTube เพื่อโปรโมทและชักชวนคนไทยให้ไปใช้บริการแพลตฟอร์มดังกล่าว

ข้อหาและหลักฐานมัดตัว
      ก.ล.ต. ชี้แจงว่าจากการตรวจสอบในช่วงปี 2565 - 2568 (ปัจจุบัน) พบหลักฐานที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า Bitget ตั้งใจเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ได้แก่:
      • มีการทำหน้าเว็บไซต์เป็นภาษาไทย
      • มีการแสดงมูลค่าการซื้อขายเทียบเป็นเงินบาท
      • มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการซื้อขาย
      • มีการทำการตลาดและชักชวนคนไทยผ่านโซเชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์ม เช่น X (บัญชี Bitget Thailand), Telegram (กลุ่ม BGB Thai Holder) และ TikTok (บัญชี bitgetthailand)
พฤติการณ์ทั้งหมดนี้เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 26 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561

ดีลล่ม? ผลกระทบต่อการซื้อกิจการ Z.com EX



      ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้น่าจับตามองเป็นพิเศษ คือ จังหวะเวลาที่เกิดขึ้น เนื่องจากการสั่งฟ้องครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ Bitget เพิ่งประกาศแผนการครั้งใหญ่ไม่ถึงหนึ่งเดือน
      ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20-21 ตุลาคม 2569 Bitget เพิ่งประกาศเตรียมเข้าซื้อกิจการบริษัท GMO-Z.com Cryptonomics ซึ่งเป็นเจ้าของกระดานเทรด Z.com EX (แพลตฟอร์มที่มีใบอนุญาตถูกต้องจาก ก.ล.ต. ไทย) ดีลนี้เดิมทีกำหนดโอนหุ้นให้แล้วเสร็จในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 แต่เงื่อนไขสำคัญคือต้องรอให้ ก.ล.ต. อนุมัติคุณสมบัติของผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนใหม่เสียก่อน
      การวิเคราะห์ผลกระทบ: การที่บริษัทแม่ของ Bitget ถูก ก.ล.ต. ไทยกล่าวโทษทางอาญาในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลเสียเอง ทำให้โอกาสที่ ก.ล.ต. จะอนุมัติให้ Bitget เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกระดานเทรดถูกกฎหมายอย่าง Z.com EX นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ นี่อาจเป็นจุดจบของความพยายามในการเจาะตลาดไทยแบบถูกกฎหมายของ Bitget ในรอบนี้

คำแนะนำด่วนสำหรับนักลงทุนชาวไทย
      เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ลงทุน ก.ล.ต. ได้ประสานไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ให้ดำเนินการ บล็อกโดเมนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของ Bitget ทั้งหมดในวันที่ 5 ธันวาคม 2569



สิ่งที่ต้องทำทันที (ก่อนถึงวันบล็อก)
หากคุณเป็นนักลงทุนที่ยังมีสินทรัพย์อยู่บนแพลตฟอร์ม Bitget ควรดำเนินการดังนี้โดยด่วน:
      1. รีบถอนสินทรัพย์: โอนย้ายเหรียญคริปโตหรือเงินทุนไปยังกระดานเทรดที่ได้รับใบอนุญาตในไทย หรือโอนเข้ากระเป๋าส่วนตัว (Hardware Wallet / Non-Custodial Wallet)
      2. เก็บหลักฐาน: บันทึกภาพหน้าจอ (Screen Capture) ของยอดเงินคงเหลือ และดาวน์โหลดประวัติการทำธุรกรรม (Transaction History) ทั้งหมดเก็บไว้เป็นหลักฐาน เผื่อกรณีฉุกเฉินที่ระบบเกิดปัญหาหรือถอนเงินไม่ทัน

ระวังมิจฉาชีพซ้ำเติม
ในช่วงที่นักลงทุนกำลังตื่นตระหนก มักจะมีมิจฉาชีพฉวยโอกาสเข้ามาหลอกลวง ข้อควรระวังขั้นสูงสุดคือ:
      • ห้ามหลงเชื่อผู้ที่ติดต่อมาอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่จาก Bitget ที่เสนอตัวช่วย "ดึงเงินคืน" ให้
      • ห้ามให้รหัสผ่าน, รหัส OTP, หรือ Seed Phrase แก่ใครเด็ดขาด
      • ห้ามโอนเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ไปให้บุคคลอื่นเพื่อแลกกับการนำเงินออกจากระบบ
การใช้บริการกระดานเทรดที่ไม่ได้รับใบอนุญาต มีความเสี่ยงที่นักลงทุนจะไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

รายชื่อแพลตฟอร์มที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.
      ในการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ข้อมูลอัปเดตล่าสุด) หากแบ่งตามลักษณะบริการที่คนทั่วไปนิยมใช้งานในการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้



1. ประเภท "ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล" (Digital Asset Exchange)
      แพลตฟอร์มกลุ่มนี้คือ "กระดานเทรด" ที่ทำหน้าที่จับคู่ผู้ซื้อและผู้ขายภายในระบบของตัวเองโดยตรง (มี Order Book เป็นของตัวเอง) ปัจจุบันมีผู้ได้รับใบอนุญาตที่เปิดให้บริการ ได้แก่:
      • Bitkub (บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด) - กระดานเทรดคริปโตยอดนิยมอันดับต้นๆ ของไทย
      • orbix (บริษัท ออร์บิกซ์ เทรด จำกัด) - (เดิมคือ Satang Pro) ปัจจุบันอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย (KBank)
      • Binance TH by Gulf Binance (บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด) - เกิดจากการร่วมทุนระหว่างบริษัท Gulf Energy และแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Binance
      • Upbit (บริษัท อัพบิต เอ็กซ์เชนจ์ (ประเทศไทย) จำกัด) - แพลตฟอร์มสาขาจากกระดานเทรดชื่อดังในเกาหลีใต้
      • Z.com EX (บริษัท จีเอ็มโอ-แซด.คอม คริปโทนอมิคซ์ (ประเทศไทย) จำกัด) - กระดานเทรดในเครือ GMO Internet Group บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอทีจากญี่ปุ่น (ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นข่าวว่า Bitget เตรียมเข้าซื้อกิจการนั่นเอง)
      • WAANX (บริษัท วาฬ เอ็กเชนจ์ จำกัด)
      • TDX (บริษัท ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย จำกัด) - บริหารงานโดยกลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) แต่เจาะจงให้บริการซื้อขายเฉพาะกลุ่ม โทเคนดิจิทัล (Digital Token) เท่านั้น

2. ประเภท "นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล" (Digital Asset Broker)
      แพลตฟอร์มกลุ่มนี้มักถูกคนทั่วไปเรียกเหมารวมว่าเป็นกระดานเทรด แต่ในทางกฎหมายและกลไกหลังบ้านคือ "นายหน้า" ที่รับคำสั่งซื้อขายจากเรา แล้วไปส่งคำสั่งเพื่อจับคู่ในกระดานเทรดอื่นๆ (เช่น กระดานเทรดระดับโลกที่มีสภาพคล่องสูง) อีกที แพลตฟอร์มเด่นๆ ที่คนไทยคุ้นเคย ได้แก่:
      • InnovestX (บริษัท หลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด) - แอปพลิเคชันลงทุนในเครือ SCBX (ธนาคารไทยพาณิชย์)
      • Bitazza (บริษัท บิทาซซ่า จำกัด)
      • MAXBIT (บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด) - แพลตฟอร์มที่มีกลุ่ม PTG (ปั๊มน้ำมัน PT) เป็นผู้ถือหุ้นร่วม
      • XSpring Digital (บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด)
      • Coins TH (บริษัท คอยส์ ทีเอช จำกัด)
(หมายเหตุ: แพลตฟอร์มอย่าง Zipmex ปัจจุบันถูก ก.ล.ต. เพิกถอน/ระงับการประกอบธุรกิจ และอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย)