รวมกลโกง Crypto รู้ทัน Rug Pull และ Phishing Scams
(https://www.thailandtraderclub.com/index.php?action=dlattach;attach=10316;image)
โลกของคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) และ DeFi (Decentralized Finance) เปรียบเสมือนป่าดงดิบที่มีขุมทรัพย์มหาศาลซ่อนอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เต็มไปด้วยกับดักและสัตว์ร้ายที่รอคอยเหยื่อที่ไม่ระวังตัว สถิติความเสียหายจากการโกงในโลกคริปโทฯ มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี โดยสองรูปแบบที่สร้างความเสียหายมากที่สุดและพบบ่อยที่สุดคือ "Rug Pull" และ "Phishing Scams"
ส่วนที่ 1 เจาะลึก Rug Pull (การถอนพรม) – ฝันสลายเมื่อเจ้าของโปรเจกต์หนี
(https://www.thailandtraderclub.com/index.php?action=dlattach;attach=10314;image)
Rug Pull หรือแปลตรงตัวว่า "การดึงพรมออกจากเท้า" คือเหตุการณ์ที่นักพัฒนา (Developer) หรือเจ้าของโปรเจกต์ทำการโปรโมตเหรียญหรือแพลตฟอร์มจนมีคนแห่เข้ามาลงทุน จากนั้นก็หอบเงินหนีไป ทิ้งให้นักลงทุนถือเหรียญที่ไม่มีมูลค่า (Token ไร้ค่า) ไว้ในมือ
1. ประเภทของ Rug Pull ที่ต้องรู้
เพื่อให้รู้ทัน เราต้องแยกให้ออกว่า Rug Pull ไม่ได้มีแค่แบบเดียว:
● Liquidity Stealing (การขโมยสภาพคล่อง) นี่คือรูปแบบที่เจ็บแสบที่สุด ในโลก DeFi เหรียญใหม่ๆ ต้องสร้าง "Liquidity Pool" (เช่น คู่เหรียญ TOKEN/USDT) เพื่อให้คนซื้อขายได้ มิจฉาชีพจะสร้างเหรียญ สร้างกระแสให้คนเอาเงินจริง (USDT, ETH, BNB) มาแลกกับเหรียญของตน เมื่อมูลค่าใน Pool สูงพอ นักพัฒนาที่มีสิทธิ์เข้าถึง Liquidity Pool (LP Tokens) จะทำการ "ถอน" เหรียญที่มีค่า (ETH/USDT) ออกไปทั้งหมด ทิ้งไว้แต่เหรียญขยะ ทำให้ราคาดิ่งลงเหลือ 0 ทันที
● Limiting Sell Orders (การเขียนโค้ดห้ามขาย - Honeypot) มิจฉาชีพจะเขียน Smart Contract ที่อนุญาตให้ ซื้อได้ แต่ ขายไม่ได้ หรืออนุญาตให้ขายได้เฉพาะกระเป๋าเงินของเจ้าของเท่านั้น เมื่อนักลงทุนเห็นกราฟราคาพุ่งขึ้น (เพราะมีแต่แรงซื้อ) ก็จะยิ่งแห่กันเข้ามา (FOMO) แต่เมื่อถึงเวลาจะขายทำกำไร จะพบว่าทำธุรกรรมไม่ผ่าน (Transaction Failed) สุดท้ายเจ้าของก็จะเทขายเหรียญทิ้งคนเดียวและหอบเงินหนี
● Minting Maliciously (การเสกเหรียญเพิ่ม) เจ้าของโปรเจกต์อาจซ่อนโค้ดลับที่อนุญาตให้ตัวเอง "Mint" หรือสร้างเหรียญใหม่ขึ้นมาได้ไม่จำกัดจำนวน เมื่อราคาเหรียญสูงขึ้น พวกเขาจะเสกเหรียญล้านๆ เหรียญเข้ากระเป๋าตัวเองแล้วเทขายใส่ตลาด (Dump) ทำให้ราคาเหรียญเฟ้อและร่วงติดดินในวินาทีเดียว
2. สัญญาณอันตรายของ Rug Pull (Red Flags)
● Yield ที่สูงเกินจริง (Too Good To Be True) หากมีการการันตีผลตอบแทน (APY) หลัก 10,000% - 100,000% ในระยะเวลาสั้นๆ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นกับดัก
● Unlocked Liquidity ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์อย่าง Token Sniffer หรือ DEXTools หากพบว่าสภาพคล่อง (Liquidity) ไม่ถูกล็อก (Not Locked) หรือล็อกไว้แค่ระยะสั้นๆ (เช่น 3-7 วัน) เจ้าของสามารถถอนเงินหนีได้ทุกเมื่อ
● ทีมพัฒนาที่ไม่เปิดเผยตัวตน (Anonymous Team) แม้โลกคริปโทฯ จะเน้นความเป็นส่วนตัว แต่โปรเจกต์ที่น่าเชื่อถือควรมีการตรวจสอบตัวตน (KYC) หรือมีประวัติที่ตรวจสอบได้ หากทีมงานเป็นใครก็ไม่รู้และเพิ่งสร้าง Twitter เมื่อวาน ความเสี่ยงจะสูงมาก
● Code ไม่ผ่านการ Audit Smart Contract ที่ดีควรได้รับการตรวจสอบจากบริษัท Audit ชั้นนำ (เช่น Certik, SlowMist) หากไม่มีรายงาน Audit หรือ Audit จากบริษัทโนเนม มีโอกาสสูงที่จะมีช่องโหว่ซ่อนอยู่
ส่วนที่ 2 Phishing Scams (การตกปลาเหยื่อ) – ภัยเงียบที่มาเคาะประตูบ้าน
(https://www.thailandtraderclub.com/index.php?action=dlattach;attach=10312;image)
หาก Rug Pull คือ การที่คุณเดินเอาเงินไปให้โจร Phishing คือ การที่โจรหลอกล่อให้คุณส่งกุญแจตู้เซฟให้ถึงมือ มิจฉาชีพจะใช้ "วิศวกรรมสังคม" (Social Engineering) เล่นกับความโลภ ความกลัว หรือความรีบร้อนของคุณ
1. วิวัฒนาการของ Phishing ในโลกคริปโทฯ
สมัยก่อน Phishing อาจเป็นแค่อีเมลปลอม แต่ปัจจุบันมันซับซ้อนกว่านั้นมาก:
● Fake Websites (เว็บไซต์ปลอม) มิจฉาชีพจะซื้อโฆษณาบน Google (Google Ads) โดยใช้คีย์เวิร์ดอย่าง "Metamask", "PancakeSwap" หรือ "Binance" เมื่อคุณค้นหา ลิงก์แรกที่เห็นอาจเป็นเว็บปลอมที่มีหน้าตาเหมือนของจริง 100% แต่ URL อาจเพี้ยนไปเล็กน้อย (เช่น binance-login.com แทน binance.com) ทันทีที่คุณกรอก Seed Phrase หรือ Connect Wallet เงินของคุณจะหายเกลี้ยง
● Fake Airdrops & Giveaways กลยุทธ์ "ของฟรีไม่มีในโลก" มิจฉาชีพจะ Tag คุณใน Twitter หรือดึงเข้ากลุ่ม Telegram แล้วบอกว่า "คุณได้รับสิทธิ์ Airdrop เหรียญฟรี มูลค่า $5,000" ให้คลิกลิงก์เพื่อเชื่อมต่อกระเป๋าและกด Claim การกดปุ่ม Claim นั้นแท้จริงแล้วคือการเซ็นอนุมัติให้โจรเข้าถึงกระเป๋าเงินคุณ
● Discord/Telegram Impersonators (แอดมินปลอม) เมื่อคุณมีปัญหาและไปถามในกลุ่ม Official จะมี "Admin" ทักแชทส่วนตัวมาหาทันทีด้วยความหวังดี (ปลอมๆ) พวกเขาจะขอให้คุณ "Validate Wallet" ผ่านลิงก์ที่ส่งให้ หรือขอ Seed Phrase เพื่อ "ซ่อมแซมระบบ" จำไว้เสมอว่า แอดมินตัวจริงจะไม่ทักหาคุณก่อนเด็ดขาด
2. Ice Phishing (การตกปลาแบบ Web3)
นี่คือรูปแบบที่น่ากลัวที่สุด เพราะคุณไม่ต้องกรอก Seed Phrase ก็โดนขโมยเงินได้
● กลไกการทำงาน ปกติการใช้ DApp (เช่น Uniswap) เราต้องกด "Approve" เพื่ออนุญาตให้ Smart Contract ใช้เหรียญเราได้
● กับดัก มิจฉาชีพจะสร้างเว็บหลอกให้คุณกด Approve โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนการรับของรางวัล หรือ Mint NFT แต่เบื้องหลังคำสั่งนั้นคือ "SetApprovalForAll" หรือการอนุญาตให้กระเป๋าของมิจฉาชีพมีสิทธิ์โอนเหรียญ (เช่น USDT หรือ NFT) ออกจากกระเป๋าคุณได้ไม่จำกัด โดยที่คุณไม่ต้องกดยืนยันอีกเลยในอนาคต
ส่วนที่ 3 เกราะป้องกันและการเอาตัวรอด (How to Stay Safe)
เพื่อให้พอร์ตการลงทุนของคุณปลอดภัยจากทั้ง Rug Pull และ Phishing คุณต้องปฏิบัติตามกฎเหล็กเหล่านี้อย่างเคร่งครัด
1. การป้องกัน Rug Pull: DYOR (Do Your Own Research)
● ตรวจสอบสภาพคล่อง (Liquidity Check) ใช้เครื่องมืออย่าง Unicrypt หรือ Team.Finance เพื่อดูว่า LP Token ถูกล็อกไว้นานแค่ไหน (ควรล็อกอย่างน้อย 6 เดือน - 1 ปี)
● สแกนสัญญาอัจฉริยะ (Contract Scanning) ก่อนซื้อเหรียญใหม่ๆ ให้นำ Address ของเหรียญไปวางในเว็บ Token Sniffer หรือ GoPlus Security ระบบจะแจ้งเตือนทันทีว่าเป็น Honeypot หรือไม่, มีโค้ด Mint เหรียญได้หรือไม่, และ Owner สละสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ (Renounce Ownership) หรือยัง
● ตรวจสอบชุมชน (Community Vibes) เข้าไปดูใน Discord หรือ Telegram ว่ามีการพูดคุยเรื่อง Tech หรือ Roadmap หรือไม่ หากมีแต่บอทเชียร์ราคาว่า "To the moon" ให้ระวังไว้
2. การป้องกัน Phishing: Zero Trust Mindset
● Bookmarking อย่าค้นหาเว็บ Exchange หรือ DeFi ผ่าน Google Search ทุกครั้ง ให้เข้าผ่าน Official Link จาก CoinMarketCap หรือ CoinGecko แล้ว Bookmark เก็บไว้ใช้เสมอ
● แยกกระเป๋า (Burner Wallet) หากจะไปซิ่งในโปรเจกต์ใหม่ๆ หรือกดรับ Airdrop อย่าใช้กระเป๋าหลัก (Main Wallet) ที่เก็บเงินก้อนใหญ่ ให้สร้างกระเป๋าใหม่ (Burner Wallet) ใส่เงินไปเท่าที่จะใช้ เพื่อจำกัดความเสียหาย
● Hardware Wallet คือสิ่งที่ต้องมี ใช้ Ledger หรือ Trezor ในการเก็บสินทรัพย์ระยะยาว เพราะต่อให้คอมพิวเตอร์โดนแฮก แต่มิจฉาชีพจะไม่สามารถโอนเงินออกได้หากไม่มีการกดปุ่มยืนยันที่ตัวอุปกรณ์
● อ่านก่อนเซ็น (Verify before Signing) เมื่อ Metamask เด้งขึ้นมาให้กด Confirm อย่ากดส่งๆ ให้อ่านรายละเอียด:
- เว็บที่ขอคือเว็บอะไร?
- คำสั่งคืออะไร? (ถ้าเจอคำว่า SetApprovalForAll หรือ IncreaseAllowance ในเว็บที่ไม่คุ้นเคย ให้กด Reject ทันที)
● ใช้เครื่องมือ Revoke หมั่นตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงกระเป๋าผ่านเว็บ Revoke.cash หรือ Etherscan Token Approvals และกดยกเลิก (Revoke) สิทธิ์ของสัญญาเก่าๆ หรือสัญญาที่ดูไม่น่าไว้ใจออกอย่างสม่ำเสมอ
บทสรุป ความรู้คือเกราะที่แข็งแกร่งที่สุด
ในโลกของคริปโทเคอร์เรนซี "ความรับผิดชอบ" ตกอยู่ที่ตัวเราเอง 100% ไม่มีธนาคารให้โทรไปอายัดเงิน และไม่มีกฎหมายที่ตามจับคนร้ายข้ามโลกได้ง่ายๆ
● Rug Pull ป้องกันได้ด้วยการไม่โลภ ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก และไม่ FOMO ตามกระแส
● Phishing ป้องกันได้ด้วยการมีสติ ตรวจสอบแหล่งที่มา และไม่เชื่อใครง่ายๆ
จงจำไว้ว่า "Not your keys, not your coins" (ไม่ใช่กุญแจของคุณ ก็ไม่ใช่เหรียญของคุณ) แต่ถ้าคุณรักษา Keys ไว้ไม่ดี หรือเผลอไป Approve ให้โจร มันก็ไม่ใช่เหรียญของคุณเช่นกัน ขอให้ทุกท่านลงทุนอย่างระมัดระวังและปลอดภัยครับ