ThailandTraderClub.com

Crypto Trading and Defi => พื้นฐาน Defi => หัวข้อที่ตั้งโดย: Support-3 เมื่อ กุมภาพันธ์ 15, 2026, 12:16:50 หลังเที่ยง

ชื่อ: TVL ขุมทรัพย์ที่ถูกล็อกไว้ของตลาด DeFi และ Volume คือะไร?
โดย: Support-3 เมื่อ กุมภาพันธ์ 15, 2026, 12:16:50 หลังเที่ยง
TVL ขุมทรัพย์ที่ถูกล็อกไว้ของตลาด DeFi และ Volume คือะไร?

(https://www.thailandtraderclub.com/index.php?action=dlattach;attach=10702;image)

TVL สำคัญจริงไหม?
       TVL คือ "ความเชื่อมั่นที่จับต้องได้" ในโลก DeFi มันบอกเราว่าโปรเจกต์นี้มีคนกล้าเอาเงินมาวางไว้มากแค่ไหน แต่มันไม่ใช่เครื่องการันตีว่าโปรเจกต์จะ "ปลอดภัย 100%" เพราะสุดท้ายแล้วมันคือการล็อกเงินไว้ใน Smart Contract ซึ่งก็มีความเสี่ยงเรื่องบัคหรือการถูกแฮ็กอยู่ดี

หัวใจสำคัญ: ดู TVL ประกอบกับความเคลื่อนไหวของผู้พัฒนา (Developer) และจำนวนผู้ใช้งานจริง (Active Users) จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของ "ขุมทรัพย์" นี้ได้ชัดเจนขึ้น

      ในโลกการเงินดั้งเดิม (Traditional Finance หรือ TradFi) เรามีตัวชี้วัดความสำเร็จของสินทรัพย์หรือบริษัทผ่านค่า P/E Ratio, Market Cap, หรือกระแสเงินสดอิสระ แต่เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุค Decentralized Finance (DeFi) หรือการเงินแบบกระจายศูนย์ กฎเกณฑ์เดิมๆ ไม่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งหมด ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Smart Contract จำเป็นต้องมีมาตรวัดชีพจรใหม่ที่จะบอกว่าโปรโตคอล (Protocol) นั้น "แข็งแรง" หรือ "กลวงเปล่า"
       ตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดสองประการที่นักลงทุน นักพัฒนา และนักวิเคราะห์ต้องจับตามองคือ TVL (Total Value Locked) และ Volume (Trading Volume)

Total Value Locked (TVL) – ขุมทรัพย์ที่ถูกล็อกไว้
1. นิยามเชิงลึกของ TVL
       TVL หรือ Total Value Locked คือมูลค่ารวมของสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดที่ถูกฝาก (Deposited), สเตก (Staked), หรือล็อก (Locked) ไว้ใน Smart Contract ของโปรโตคอล DeFi นั้นๆ ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หากเปรียบเทียบกับธนาคาร TVL ก็คือยอดเงินฝากรวมของลูกค้า หรือหากเปรียบเทียบกับกองทุน มันก็คือ AUM (Assets Under Management)
       ในทางเทคนิค TVL ไม่ได้หมายถึงแค่การโอนเหรียญเข้าไปเก็บไว้เฉยๆ แต่หมายถึงการที่ผู้ใช้อนุญาตให้ Smart Contract เข้าถึงสินทรัพย์นั้นเพื่อนำไปใช้งานในระบบนิเวศ เช่น:
       - Lending Protocols (เช่น Aave, Compound) TVL คือ สินทรัพย์ที่ผู้ใช้ฝากไว้เพื่อให้คนอื่นมากู้ยืม
       - DEXs (เช่น Uniswap, Curve) TVL คือ สินทรัพย์ที่ถูกใส่ไว้ใน Liquidity Pools เพื่อให้เกิดสภาพคล่องในการแลกเปลี่ยน
       - Yield Aggregators (เช่น Yearn Finance) TVL คือ สินทรัพย์ที่ผู้ใช้นำมาฝากเพื่อให้ระบบนำไปลงทุนต่อโดยอัตโนมัติ

2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อตัวเลข
      ความซับซ้อนอยู่ที่ "ราคา Token ณ ปัจจุบัน" ซึ่งทำให้ TVL มีความผันผวนสูงมาก แม้ว่าจะไม่มีเงินใหม่ไหลเข้ามาในระบบเลย (Net Inflow เป็น 0) แต่ถ้าหากราคาของเหรียญที่ถูกล็อกไว้ (เช่น ETH หรือ BTC) พุ่งสูงขึ้น มูลค่า TVL ในหน่วยดอลลาร์สหรัฐ (USD) ก็จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
      เกร็ดความรู้ นักวิเคราะห์ระดับสูงมักจะดู TVL ในหน่วยของ Native Token (เช่น ดูว่ามีกี่ ETH ที่ถูกล็อก) ควบคู่กับ TVL ในหน่วย USD เพื่อแยกแยะว่า TVL ที่เพิ่มขึ้นนั้นเกิดจาก "ความนิยมที่แท้จริง" หรือแค่ "ราคาเหรียญขึ้น"

3. ความสำคัญของ TVL ในฐานะดัชนีความเชื่อมั่น
TVL ทำหน้าที่เป็นดัชนีชี้วัด "ความไว้วางใจ" (Trust) ในโลกที่ไร้คนกลาง (Trustless World)
       - ความปลอดภัย (Security) การที่มีเงินมหาศาลล็อกอยู่ในระบบ แปลว่าคนจำนวนมากเชื่อมั่นว่า Smart Contract ของโปรโตคอลนั้นปลอดภัยจากการถูกแฮ็ก
       - สภาพคล่อง (Liquidity) สำหรับ DEXs ค่า TVL ที่สูงหมายถึง Slippage (ความคลาดเคลื่อนของราคา) ที่ต่ำ ทำให้ดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่ (Whales) ให้เข้ามาใช้งานได้ง่ายขึ้น
       - ความยั่งยืน (Sustainability) ใน Lending Protocol หาก TVL สูง แปลว่ามีเงินทุนสำรองให้กู้ยืมมาก พอที่จะรองรับความต้องการของตลาด

4 ประเภทของ TVL และกับดัก Double Counting
ในโลก DeFi ที่สามารถนำสินทรัพย์ไปต่อยอดได้หลายชั้น (Money Lego) การนับ TVL จึงมีความซับซ้อน:
       - Native TVL สินทรัพย์พื้นฐาน (ETH, USDC, WBTC) ที่ถูกล็อก
       - Derivative TVL การนำใบรับฝาก (Receipt Token เช่น cTokens หรือ LP Tokens) ไปล็อกต่อในอีกโปรโตคอลหนึ่ง

       ปัญหา Double Counting เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลอย่าง DefiLlama ต้องคอยระวังไม่ให้นับมูลค่าซ้ำซ้อน เช่น หากคุณฝาก ETH ใน Lido ได้ stETH แล้วนำ stETH ไปฝากค้ำประกันใน Aave หากนับทั้งสองฝั่ง มูลค่า TVL จะดูสูงเกินจริง ดังนั้น การวิเคราะห์ TVL ที่ดีต้องดูว่าโปรโตคอลนั้นนับรวมสินทรัพย์ประเภทไหนบ้าง

Trading Volume – ชีพจรการไหลเวียนของเงินทุน
1. นิยามและบทบาทของ Volume
       Volume หรือ ปริมาณการซื้อขาย คือมูลค่ารวมของธุรกรรมที่เกิดขึ้นภายในโปรโตคอลในช่วงเวลาที่กำหนด (โดยปกติคือนับแบบ 24 ชั่วโมง หรือ 7 วัน)
       ในขณะที่ TVL เปรียบเสมือน "ร่างกาย" ที่ใหญ่โต Volume เปรียบเสมือน "เลือด" ที่ไหลเวียน ร่างกายที่ใหญ่โตแต่เลือดไม่ไหลเวียน (High TVL, Zero Volume) คือร่างที่ไร้ชีวิต หรือ Zombie Protocol

2. Volume มาจากไหน?
       - Swap Volume (ใน DEXs) เกิดจากการที่ผู้ใช้เข้ามาแลกเปลี่ยนเหรียญ A ไปเป็นเหรียญ B
       - Lending/Borrowing Volume ปริมาณการกู้ยืมและการคืนเงินกู้ที่เกิดขึ้น
       - Derivatives Volume ปริมาณการเทรดสัญญาฟิวเจอร์ส หรือ Options บนเชน (ซึ่งมักจะมีตัวเลขสูงกว่า Spot Volume มาก)

3. ความสัมพันธ์ระหว่าง Volume และรายได้ (Revenue)
นี่คือจุดที่สำคัญที่สุด Volume คือแหล่งที่มาของผลตอบแทน (Yield)
       ในโมเดล Automated Market Maker (AMM) ผู้ที่ฝากเงิน (Liquidity Provider - LP) จะได้รับผลตอบแทนจาก "ค่าธรรมเนียมการเทรด" (Trading Fees)
       - หาก Volume สูง → ค่าธรรมเนียมเยอะ → ผลตอบแทน (APY) สูง
       - หาก Volume ต่ำ → ค่าธรรมเนียมน้อย → ผลตอบแทน (APY) ต่ำ

ดังนั้น โปรเจกต์ที่มี TVL สูงแต่ Volume ต่ำ จะไม่สามารถรักษาสภาพคล่องไว้ได้นาน เพราะเมื่อ LP เห็นว่าผลตอบแทนไม่คุ้มความเสี่ยง (Impermanent Loss) พวกเขาก็จะถอนเงินออก (TVL ลดลง)

4. Volume ที่แท้จริง vs. Wash Trading
       ในตลาด DeFi มักมีการปั่น Volume หรือที่เรียกว่า Wash Trading คือ การที่เจ้าของโปรเจกต์หรือผู้ใช้บางกลุ่มทำการซื้อขายกันเองไปมาเพื่อสร้างภาพลวงตาว่าโปรโตคอลนั้นมีความนิยมสูง เพื่อหวังผลในการรับเหรียญรางวัล (Incentives) หรือเพื่อดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ นักวิเคราะห์จึงต้องตรวจสอบข้อมูล On-chain เพื่อดูว่า Volume นั้นมาจากกระเป๋าเงิน (Wallet) ที่หลากหลาย หรือมาจากบอทเพียงไม่กี่ตัว

การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง TVL และ Volume (Capital Efficiency)

(https://www.thailandtraderclub.com/index.php?action=dlattach;attach=10700;image)

การดู TVL หรือ Volume เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งไม่เพียงพอ ความลับของนักวิเคราะห์มืออาชีพคือการนำสองค่านี้มาหารกัน เพื่อดู ประสิทธิภาพการใช้เงินทุน (Capital Efficiency)
1. อัตราส่วน Volume/TVL Ratio
"เงินทุกๆ 1 ดอลลาร์ที่ล็อกไว้ สามารถสร้างปริมาณการซื้อขายได้กี่ดอลลาร์"
       - Ratio สูง (เช่น > 0.5 หรือ 1.0) บ่งบอกถึงประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม เงินทุนถูกหมุนเวียนใช้งานอย่างหนักหน่วง LP ได้รับค่าธรรมเนียมคุ้มค่า มักพบใน Uniswap v3 หรือ Stablecoin Swap อย่าง Curve
       - Ratio ต่ำ (เช่น < 0.05) บ่งบอกว่าเงินทุนส่วนใหญ่นอนนิ่งๆ ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Idle Capital) โปรโตคอลนั้นอาจมีการแจกเหรียญ Governance Token เพื่อจูงใจให้คนมาฝากเงิน (Incentivized Liquidity) แต่ไม่มีคนมาใช้งานจริง

2. กรณีศึกษา Uniswap vs. Curve vs. Zombie Chains
       - Uniswap V3 มีฟีเจอร์ Concentrated Liquidity ทำให้ใช้เงินทุน (TVL) น้อยลงในการสร้าง Volume เท่าเดิม ส่งผลให้ Volume/TVL Ratio สูงมาก นี่คือตัวอย่างของ Capital Efficiency
       - Ghost Chains บล็อกเชนบางตัวอาจมี TVL สูงมากในช่วงเปิดตัวเพราะมีการแจกเหรียญหนักๆ แต่เมื่อดู Volume กลับแทบเป็นศูนย์ นี่คือสัญญาณอันตรายว่าเมื่อหมดโปรโมชั่นแจกเหรียญ TVL จะไหลออกทันที (Mercenary Capital)

พลวัตของตลาดและปัจจัยภายนอก
1. ตลาดกระทิง vs. ตลาดหมี
       - Bull Market ทั้ง TVL และ Volume มักจะพุ่งขึ้นพร้อมกัน ราคาเหรียญขึ้นดัน TVL ให้สูง ความผันผวนและความกลัวตกรถ (FOMO) ดัน Volume ให้สูง
       - Bear Market Volume มักจะลดลงก่อน เพราะคนเริ่มเทรดน้อยลง แต่ TVL อาจจะลดลงช้ากว่า (Lagging Indicator) หรือลดลงอย่างรวดเร็วหากเกิด Panic Sell จนราคาเหรียญดิ่งลงเหว

2. นวัตกรรม DeFi และผลกระทบ
       - Layer 2 (Arbitrum, Optimism, Base) การมาของ L2 ที่ค่าแก๊สถูก ทำให้ Volume ของธุรกรรมขนาดเล็กเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แม้ TVL อาจจะไม่เท่า Ethereum Mainnet แต่ Volume/TVL Ratio มักจะดีกว่า เพราะคนกล้าเทรดบ่อยขึ้น
       - Liquid Staking Derivatives (LSD) โปรโตคอลอย่าง Lido หรือ Rocket Pool ทำให้ TVL ของ Ethereum สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะมันปลดล็อกสภาพคล่องของ ETH ที่เคยถูกล็อกไว้เฉยๆ ให้กลับมาหมุนเวียนในระบบ DeFi ได้

ความเสี่ยงและข้อควรระวังสำหรับนักลงทุน
การใช้ TVL และ Volume เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ต้องระวังกับดักต่อไปนี้:
       - Vampire Attacks โปรโตคอลใหม่อาจขโมย TVL จากเจ้าตลาดเดิมโดยการแจกผลตอบแทนที่สูงผิดปกติ (High APR) สิ่งนี้ทำให้ TVL พุ่งชั่วคราว แต่ถ้า Volume ไม่ตามมา โปรเจกต์นั้นจะล่มสลายในที่สุด
       - TVL ที่เป็นพิษ (Toxic TVL) หาก TVL ส่วนใหญ่ประกอบด้วยเหรียญของโปรเจกต์เอง (Native Token) ที่เสกขึ้นมาและราคาถูกปั่น การที่ TVL ดูสูงจะเป็นภาพลวงตา หากราคาเหรียญนั้นร่วง TVL จะหายวับไปกับตา (Death Spiral)
       - ความเข้าใจผิดเรื่อง "ล็อก" ในบางโปรโตคอล คำว่า "ล็อก" อาจไม่ได้หมายถึงล็อกถาวร ผู้ใช้สามารถถอนออกเมื่อไหร่ก็ได้ ทำให้ TVL ไม่มีความเสถียร (Volatile TVL)

การมองภาพรวมเพื่อชัยชนะในระยะยาว
       สรุปแล้ว TVL คือ "กล้ามเนื้อ" ที่บ่งบอกถึงขนาดและความแข็งแกร่งในการรองรับเม็ดเงิน ในขณะที่ Volume คือ "ลมหายใจและกระแสเลือด" ที่บ่งบอกถึงการมีชีวิตและรายได้ที่แท้จริง
      สำหรับนักลงทุน DeFi ที่ชาญฉลาด การมองหาโปรเจกต์ที่มี "TVL ที่เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ (Organic Growth)" ควบคู่ไปกับ "Volume ที่สม่ำเสมอและสอดคล้องกับ TVL" คือกุญแจสำคัญ การพึ่งพาตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเพียงอย่างเดียวอาจนำไปสู่ความผิดพลาดในการลงทุนได้
       ในอนาคต เมื่อตลาด DeFi เติบโตขึ้น เราอาจเห็นตัวชี้วัดใหม่ๆ ที่ซับซ้อนกว่านี้ แต่รากฐานของสมการเศรษฐศาสตร์จะยังคงเดิม: มูลค่า (TVL) ต้องถูกใช้งาน (Volume) ถึงจะเกิดประโยชน์และผลกำไรที่ยั่งยืน การทำความเข้าใจสองคำนี้อย่างถ่องแท้ จึงเป็นบันไดขั้นแรกสู่ความเป็นเลิศในโลกการเงินแห่งอนาคต