ภาษีคริปโตกฎหมายไทย ในปัจจุบัน 2569 หลักสำคัญคือ
ไม่ได้เสียภาษีเพียงเพราะ "ถอนเงิน" แต่ต้องดูว่าเงินที่ถอนนั้นเป็น เงินต้นหรือกำไรจากคริปโต โดยกรมสรรพากรระบุว่าผลประโยชน์จากการโอนคริปโตที่เกินกว่าที่ลงทุน เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ฌ)(https://www.thailandtraderclub.com/index.php?action=dlattach;attach=12818;image)
1. ถ้าเป็น "เงินของเราเอง" ไม่ใช่เงินได้ใหม่ → ไม่ได้เสียภาษีเพราะการถอนตัวอย่างเช่น มีเงินของตัวเองอยู่ในบัญชีต่างประเทศ แล้วโอนเงินต้นกลับเข้าบัญชีไทย
กรมสรรพากรระบุไว้โดยตรงว่า เงินต้นไม่ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน และไม่ต้องเสียภาษีจากการนำเงินต้นกลับเข้าประเทศ
ตัว
• โอนเงินของตัวเองไปลงทุนต่างประเทศ 200,000 บาท
• ต่อมาปิดบัญชีและนำเงิน 200,000 บาทกลับประเทศไทย
• เงิน 200,000 บาทไม่ถือเป็นเงินได้
• ไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากเงินจำนวนนี้
ดังนั้น
"ถอน/โอนเงินกลับไทย" ไม่ได้แปลว่าเสียภาษีทันที
2. แต่ถ้าเงินที่ถอน/โอนกลับมาเป็น "รายได้ที่เกิดขึ้นจากต่างประเทศ" อาจต้องเสียภาษีมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากรเป็นหลักสำคัญกรณีเป็นเงินได้จากต่างประเทศ เช่น
• เงินเดือน/ค่าจ้างจากงานต่างประเทศ
• รายได้จากธุรกิจต่างประเทศ
• ค่าเช่าทรัพย์สินในต่างประเทศ
• ดอกเบี้ย
• เงิน
• กำไรจากทรัพย์สิน/การลงทุนบางประเภท
หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ก็อาจต้องนำมาคำนวณภาษีไทย
โดยหลักที่กรมสรรพากรอธิบายคือ ต้องพิจารณาว่า1. เป็นเงินได้จากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศและ
2. ผู้มีเงินได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยตามเกณฑ์ 180 วันในปีที่เกิดเงินได้และ
3. มีการนำเงินได้ดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยคำสั่งกรมสรรพากร ป.161/2566 และ ป.162/2566 เป็นเอกสารสำคัญในเรื่องนี้โดยตรง
3. จุดที่สำคัญมาก: เงินได้เกิดปีหนึ่ง แล้วนำเข้าประเทศอีกปีก็ยังต้องพิจารณาภาษีอันนี้เป็นประเด็นที่คนมักเข้าใจผิด ตามแนวทางของกรมสรรพากร หากเงินได้จากต่างประเทศเกิดขึ้นในปีที่เข้าเกณฑ์ และต่อมานำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย แม้จะเป็นคนละปีภาษี ก็ยังต้องนำเงินได้นั้นมาพิจารณาภาษีในปีที่นำเข้าประเทศ
ตัวอย่างง่าย ๆ: - ปี 2567 ได้ดอกเบี้ยจากบัญชีต่างประเทศ 5,000 บาท
- ปี 2568 จึงโอนเงินกลับประเทศไทย
กรมสรรพากรระบุว่า เงินต้นไม่เสียภาษี แต่ดอกเบี้ย 5,000 บาทเป็นเงินได้ที่ต้องนำมาพิจารณาภาษี ตามเงื่อนไขของกฎหมาย 4. ถ้าเป็นเงินลงทุน ต้องแยก "เงินต้น" กับ "กำไร"ตัวอย่าง:- ฝากเงินต่างประเทศไว้ 100,000 บาท
- ต่อมาได้เงินกลับมา 120,000 บาท
- ต้องแยกเป็น
เงินที่นำกลับหลักการ 100,000 บาท เงินต้นไม่ใช่เงินได้เพราะการโอนกลับ 20,000 บาท ส่วนที่เป็นรายได้/กำไร ต้องพิจารณาว่าเข้าลักษณะเงินได้พึงประเมินและเข้าเงื่อนไขภาษีหรือไม่
กรมสรรพากรยืนยันหลักการเรื่อง เงินต้นไม่เสียภาษี แต่ส่วนที่เป็นดอกเบี้ยซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินต้องพิจารณาภาษี ไว้อย่างชัดเจน ดังนั้น
อย่าดูเพียงยอดเงินที่ถอนออกมา ต้องดูว่าเงินนั้นประกอบด้วยอะไร5. ถ้าเป็นการถอนเงินจากบัญชีในประเทศไทยเองถ้าคุณหมายถึง
มีเงินอยู่ในบัญชีธนาคารไทย แล้วถอนออกมาเป็นเงินสด การถอนเงินออกจากบัญชีของตัวเองไม่ได้ทำให้เกิดภาษีเงินได้ขึ้นมาใหม่เพียงเพราะถอนเงิน ภาษีจะพิจารณาที่ แหล่งที่มาของเงินและลักษณะของเงินได้ ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ว่า "ถอนเงินออกจากธนาคาร"
คำว่า
"ถอนเงิน" จึงต้องดูว่าคุณหมายถึงถอนเงินประเภทไหน
6. ถ้าเป็นเงินจากแพลตฟอร์มต่างประเทศ ต้องดูละเอียดกว่านี้ถ้ากรณีของคุณคือ ถอนเงินจากแพลตฟอร์มต่างประเทศเข้าธนาคารไทย เช่น
• Trading
• Forex
• หุ้นต่างประเทศ
• Crypto
• Online business
• Affiliate
• YouTube/TikTok
• PayPal
• บริษัทต่างประเทศ
• เงินเดือนจากต่างประเทศ
• บัญชีธนาคารต่างประเทศ
• Broker ต่างประเทศ
คำตอบ ไม่เหมือนกันทุกกรณี เพราะต้องดูว่าเงินที่ถอนคือ เงินต้น / กำไร / ดอกเบี้ย /เงินปันผล / ค่าจ้าง / รายได้จากธุรกิจ / เงินจากการขายทรัพย์สิน และต้องดู ปีที่เงินได้เกิด + ปีที่นำเงินเข้าไทย + จำนวนวันที่อยู่ประเทศไทย
(https://www.thailandtraderclub.com/index.php?action=dlattach;attach=12820;image)
7. อัตราภาษีปัจจุบันถ้าเข้าข่ายเงินได้บุคคลธรรมดา เงินได้สุทธิจะใช้อัตราภาษีแบบขั้นบันได โดยปัจจุบันอัตราสูงสุดอยู่ที่ 35%
เงินได้สุทธิ อัตรา
- เงินได้สุทธิ 0–150,000 อัตรา ยกเว้น
- เงินได้สุทธิ150,001–300,000 อัตรา 5%
- เงินได้สุทธิ300,001–500,000 อัตรา 10%
- เงินได้สุทธิ500,001–750,000 อัตรา 15%
- เงินได้สุทธิ750,001–1,000,000 อัตรา 20%
- เงินได้สุทธิ1,000,001–2,000,000 อัตรา 25%
- เงินได้สุทธิ2,000,001–5,000,000 อัตรา 30%
- เงินได้สุทธิมากกว่า 5,000,000 อัตรา 35%
ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า
เงินที่ถอน 5 ล้านบาทจะเสียภาษี 35% ทั้งก้อน เพราะเป็นอัตราภาษีแบบขั้นบันได และต้องคำนวณตามประเภทเงินได้ ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง8. อีกเรื่องที่ควรแยกออกจาก "ภาษี" คือกฎการโอนเงินเข้า-ออกประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า การนำเงินตราต่างประเทศหรือเงินบาทเข้าประเทศสามารถทำได้โดยไม่จำกัดจำนวน แต่ธุรกรรมเงินตราต่างประเทศบางประเภทมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำเงินกลับประเทศและการฝาก/ขายผ่านสถาบันการเงิน ดังนั้น
กฎของธนาคารแห่งประเทศไทย ≠ กฎหมายภาษีของกรมสรรพากร สองเรื่องนี้ไม่ควรนำมาปนกัน
สรุป"ถอนเงิน" ไม่ใช่เหตุที่ทำให้ต้องเสียภาษีโดยอัตโนมัติ
สิ่งที่ต้องดูคือ เงินนั้นมาจากไหน → เป็นเงินต้นหรือรายได้ → รายได้เกิดเมื่อไร → เกิดในไทยหรือต่างประเทศ → อยู่ไทยกี่วันในปีที่เกิดรายได้ → นำเงินเข้าไทยเมื่อไร โดยเฉพาะกรณี เงินจากต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นมา ต้องให้ความสำคัญกับคำสั่งกรมสรรพากร ป.161/2566 และ ป.162/2566 ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติสำคัญในเรื่องนี้