ข่าว:

กระทู้ล่าสุด

#61
การวิเคราะห์ทางเทคนิค / แพทเทิร์น Double Top และ แพทเท...
กระทู้ล่าสุด โดย support-1 - มิถุนายน 03, 2026, 10:21:53 หลังเที่ยง
หลักการเทรดที่มีความเป็นไปได้สูงคือการเทรดตามขาใหญ่ ดังนั้นวิธีการเทรดต่างๆ ไม่ว่าแบบไหนก็พยายามที่จะหาร่องรอยว่าขาใหญ่เทรดตรงไหนแล้วเทรดตาม รูปแบบการเทรดแบบ Double Top/Double Bottom เป็นรูปแบบอย่างหนึ่งที่บอกว่าขาใหญ่เข้าเทรด ทำไมพวกเขาทำให้เกิดขึ้น เพราะอะไร การเข้าใจตรรกะที่อยู่เบื้องหลังก่อนเทรดเป็นเรื่องจำเป็น เมื่อเห็น price structure ที่กำลังเกิดขึ้นท่านก็จะเทรดแบบขาใหญ่เป็น หรือเห็นพื้นที่ที่จะเทรดตามพวกเขาว่าอยู่ตรงไหน

Double Top/Double Bottom รูปแบบกลับตัวของราคา

897.png

หลักกการทั่วๆ ไปในการกำหนด Double Top หรือ Double Bottom เมื่อดูจากภาพท่านจะเห็นว่าไม่ยาก เห็นราคาวิ่งทางใดทางหนึ่ง แล้วราคามีการเด้งกลับที่จุดเดิม 2 ครั้งก็เป็นการกำหนดได้เลย Double Top กำหนดด้วยราคาทำเทรนขึ้น แล้วราคาเบรค High ขึ้นไปทำ Higher High หรือ New High ใหม่ได้ ราคาย่อตัวมาตรงจุดที่ราคาเบรคขึ้นไป ราคาไม่สามารถลงไปต่อได้ ตรงนั้นยืนยันว่าเป็น Support ที่เกิดขึ้นใหม่ หรือเป็นส่วนที่กำหนดว่าเป็น Neckline ในส่วนประกอบของ Double Top แล้วราคาเด้งขึ้นไปไม่สามารถเกิน New High ที่สร้างใหม่ได้ ตรงพื้นที่ New High ก็เรียกว่าเป็น Top 1 ตอนที่ราคาขึ้นมาอีกรอบไม่สามารถเกิดได้ ได้ทำให้เกิด High บริเวณพื้นที่เดียวกันหรือเรีกว่า Top พื้นที่เดียวกัน 2 ครั้ง และหลักการเปิดเทรดที่นิยมกันคือ เมื่อราคาเบรค Neckline หรือหลังจากราคาเบรคแล้วราคาย่อตัวกลับมาเทส

หรือในทางกลับกันสำหรับ Doulbe Bottom ราคาทำเทรนลงมา แล้วสามารถทำ New Low ได้ ตามหลักการพัฒนาเทรน แล้วราคาย่อตัวกลับขึ้นไปทดสอบแล้วราคาลงมาอีกรอบ แต่ราคาไม่สามารถเบรค Low ได้ กลับตรงกันข้ามราคาเด้งกลับขึ้นไป Low เลยเกิดพื้นที่เดียวกัน 2 ครั้งกลายเป็น Double Bottom สำหรับ trade setup ที่จะเกิดขึ้นเมื่อราคาเบรคตรง Neckline การเข้าเทรดอาจเป็นตอนที่ราคาเบรค หรือหลังจากราคาเบรคแล้วย่อตัวกลับมาเทสก็ได้

สำหรับการเข้าเทรดบางเทรดเดอร์อาจเข้าเทรดตอนที่ราคาไม่สามารถทำ new high หรือ new low ได้ มีการเด้ง ก่อนที่ราคาจะมาถึงส่วนที่เป็นแนวรับหรือแนวต้าน หรือส่วนประกอบ Neckline ของ Double Top หรือ Double Bottom ส่วนการกำหนด Stop loss จะเหนือ High สำหรับ Double Top และ Low สำหรับ Double Bottom และการกำหนด Take profit เบื้องต้นดูจากระยะห่างระหว่าง High/Low และ Neckline

ขาใหญ่มอง Double Top/Double Bottom อย่างไร

898.png

เนื่องจากขาใหญ่เมื่อต้องการเทรด สิ่งแรกที่พวกเขาต้องการคือออเดอร์ฝั่งตรงข้ามมากพอตรงจุดที่พวกเขาต้องการเทรด เทรนที่ทำมาก่อน Double Top และ Double Bottom คือสิ่งที่ทำให้เทรดเดอร์อยากเทรดทางนั้นๆ ยิ่งมีการเบรค high/low ประกอบเป็นการพัฒนาของเทรนด้วย ยิ่งทำให้เทรดเดอร์อยากเข้าเทรดมากขึ้น ยกตัวอย่างกรณีของ Double Top สิ่งแรกที่ต้องดูที่เทรนนำหน้า เมื่อราคาเบรค High อีกทีทำให้เทรดเดอร์ก็อยากเทรดทางนั้นเป็นหลักและ stop loss และ buy stop ตรงที่ราคาเบรคด้วย ก็จะทำให้ขาใหญ่ได้เงื่อนไขออเดอร์ตรงข้ามที่พวกเขาจะเปิดเทรดได้ที่ไหน ราคาขึ้นไปทำ Top 1 พวกเขาก็ได้เข้าเทรดราคาที่ดีกว่าและมั่นใจว่ามีออเดอร์ตรงข้ามจะไปหา sell limit ที่พวกเขาต้องการด้วย แต่ราคาอาจไปต่อก็ได้ เพราะถ้าเราเรียกว่าเป็น Double Top ได้ก็ต่อเมื่อ Top 2 เกิดขึ้นแล้วราคาไม่ไปต่อ  เนื่องจาก Top 1 กลายเป็น Resistance หรือ suply ใหม่ เทรดเดอร์ที่เปิด short ตรงนั้นก็จะกำหนด stop loss ด้านบน และยังมี breakout traders ก็จะกำหนด buy stop ออเดอร์เข้าไปที่เดียวกันด้วย นั่นเป็นพื้นที่ที่ขาใหญ่เห็นว่ามี liquidity เกิดขึ้นชั่วคราวได้ และยังให้พวกเขาเข้าเทรดที่ราคาที่ดีอีกได้ด้วย ก่อนที่จะดันราคาสวนหรือไปตาม Double Top สิ่งที่พวกเขาจะทำประจำคือการล่า stop หรือเรียกว่า False Breakout มักจะเห็นเป็นประจำกับโครงสร้าง Double Top หรือ Double Bottom พอเข้าได้พวกเขาก็เริ่มดันราคาสวน เริ่มดันให้ราคาลงมา และเริ่มเด้งจาก Top 2 เพราะพวกเขาต้องการทำให้ราคาวิ่งสวนเทรน เพื่อทำกำไรหลังจากที่พวกเขาได้เข้า

899.png

ยิ่งเมื่อราคาผ่านจุดที่เป็นแนวรับด้านล่างตรงที่จุดที่ราคาเด้งขึ้นไป เทรดเดอร์ที่รอเทรดก็จะมีเข้าเปิด Buy อีกรอบ เพราะราคาไม่เคยเบรค ทั้งเทรดเดอร์ที่เปิดตอนราคากลับมารอบแรกและรอบสองก็จะกำหนด Stop loss ไว้ด้านล่างหมด ตรงนี้ก็สร้าง liquidity ได้อีก ที่ขาใหญ่สามารถใช้ในการเร่งราคาให้วิ่งเร็วขึ้น สามารถทำกำไรได้เร็ว ก็จะเปิดโอกาสให้พวกเขาปิดกำไรสะสมบางส่วนจาก Short positions ที่เปิดด้านบนตรงที่ Double Top และ False Breakout ได้ ตรงที่กรอบบอก TP ก็เลยจะดันราคาขึ้นไป แล้วยังเป็นการเปิดโอกาสให้เพราะได้เข้าเทรดอีกรอบด้วย

กลับมาดูที่ Double Top จะเห็นว่าเราสามารถบอกได้ว่าเป็น Double Top ก็ต่อเมื่อราคาเบรคตรงที่แนวรับหรือลูกศรชี้ได้เท่านั้น แต่ตรงนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ขาใหญ่ได้เข้าเทรดตรงพื้นที่พวกเขาต้องการหมดแล้ว ตรงพื้นที่ยืนยันเป็นพื้นที่แรกที่พวกเขาจะใช้ทำกำไร และยังเปิดเผยข้อมูลใหม่ออกไป เทรดเดอร์ที่รอเข้าก็จะได้มีที่เข้าเทรด ตรงที่พวกเขาเข้าเทรดอีกรอบตอนที่ราคากลับมาเทส

นี่คือหลักการว่าอะไรอยู่เบื้องหลัง Double Top ถ้าท่านต้องการจะเปิดเทรดต้องเข้าใจทั้งหมดก่อน ส่วนหลักการของ Double Bottom ก็ประยุกต์หลักการและตรรกะเดียวกันแต่คนละทางเท่านั้นเอง
#62
วิเคราะห์กราฟ Forex ประจำวัน / ต่อ: Forex Signal
กระทู้ล่าสุด โดย narjant - มิถุนายน 03, 2026, 11:14:21 ก่อนเที่ยง
#63
วิเคราะห์กราฟ Forex ประจำวัน / ต่อ: Forex Signal
กระทู้ล่าสุด โดย narjant - มิถุนายน 03, 2026, 11:13:11 ก่อนเที่ยง
#64
วิเคราะห์กราฟ Forex ประจำวัน / บทวิเคราะห์กราฟทางเทคนิค NZDUS...
กระทู้ล่าสุด โดย support-2 - มิถุนายน 03, 2026, 02:10:44 ก่อนเที่ยง
NzdUsd 03-06.png
คู่เงิน/สินค้า: NZDUSD
Bias: ฝั่งขาขึ้น (LONG) เนื่องจากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณ Support และมีการฟื้นตัวจากระดับแนวพักตัว Fibonacci เพื่อมุ่งหน้าขึ้นตามกรอบแนวโน้ม
โซนสำคัญ: Support
แผน LONG: พิจารณาเปิดสถานะ LONG เมื่อราคาตั้งฐานเหนือบริเวณ Support เพื่อสะสมแรงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องไปยังเป้าหมายตามลูกศรสีฟ้า
Stop Loss (SL): บริเวณจุด SL ในภาพ
Take Profit x (TPx): แบ่งทำกำไรที่ TP1 และ TP2 ในภาพตามลำดับ
เงื่อนไขเปลี่ยนมุมมอง: ราคาหลุดต่ำกว่าบริเวณ Support และจุด SL ในภาพ

---

EurGbp 03-06.png
คู่เงิน/สินค้า: EURGBP
Bias: ฝั่งขาลง (SHORT) เนื่องจากราคาได้รับแรงกดดันจากบริเวณ Supply Zone และมีการฟอร์มตัวขยับลงต่อเนื่องผ่านบริเวณ FVG มุ่งหน้าสู่เป้าหมายด้านล่าง
โซนสำคัญ: Supply Zone, FVG, Demand Zone
แผน SHORT: พิจารณาเปิดสถานะ SHORT เมื่อราคาปรับทดสอบบริเวณ Supply Zone หรือบริเวณ FVG แล้วมีแรงเทขายสอดคล้องกับทิศทางลูกศรสีแดง
Stop Loss (SL): บริเวณจุด SL ในภาพ
Take Profit x (TPx): แบ่งทำกำไรที่ TP1 และ TP2 ในภาพตามลำดับ โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่บริเวณ Demand Zone
เงื่อนไขเปลี่ยนมุมมอง: ราคาทะลุผ่านบริเวณ Supply Zone และจุด SL ในภาพขึ้นไป
#65
วิเคราะห์กราฟ Forex ประจำวัน / ต่อ: Forex Signal
กระทู้ล่าสุด โดย narjant - มิถุนายน 03, 2026, 01:31:58 ก่อนเที่ยง
#66
การวิเคราะห์ทางเทคนิค / Williams %R
กระทู้ล่าสุด โดย support-1 - มิถุนายน 03, 2026, 01:13:32 ก่อนเที่ยง
พัฒนาขึ้นโดย Larry Williams เครื่องมือ Williams %R เป็นเครื่องมือประเภทบอกโมเมนตั้มที่ เป็นเครื่องมือตรงข้ามกับ Fast Stochastic Oscillator หรือเรียกอีกชื่อว่า %R เครื่องมือ Williams %R สะท้อนระดับของราคาปิดที่สัมพันธ์กับราคาสูงสุดของช่วงเวลาที่ในคํานวณ ในทาง กลับกัน เครื่องมือ Stochastic Oscillator สะท้อนถึงระดับของราคาปิดที่สัมพันธ์กับราคาต่ําสุด ฉะนั้นเครื่อง %R จึงเป็นส่วนกลับโดยการคูณค่าที่ได้ด้วย -100 ผลทดังกล่าวทําให้เครื่องมือ Fast Stochastic Oscillator และ Williams %R สร้างเส้นที่ไม่แตกต่างกันเลย มีแค่สเกลเท่านั้นที่ แตกต่าง Williams %R จะแกว่งตัวตั้งแต่ 0 ถึง -100 การอ่านค่าจาก 0 ถึง -20 ถือได้ว่าเป็น สัญญาณ overbought การอ่านค่าจาก -80 to -100 ถือว่าเป็นสัญญาณ oversold ไม่แปลกใจเลย สัญญาณที่ได้จาก Stochastic Oscillator จะสามารถปรับใช้ได้กับ Williams %R

การคํานวณ

890.png

ค่ามาตรฐานสําหรับ Williams %R คือ 14 periods ซึ่งอาจจะใช้ค่า Day, Week หรือ Month หรือค่าระหว่างวันได้ ค่า 14-period %R จะใช้ราคาปิดปัจจุบันที่สุด ราคาสูงสุดของช่วง 14 วัน และค่าต่ําสุดของช่วง 14 วัน

891.png

892.png

การตีความ

เช่นเดียวกับ Stochastic Oscillator เครื่องมือWilliams %R สะท้อนระดับของราคาปิดที่สัมพันธ์ กับกรอบราคาสูงสุดในช่วงเวลาที่กําหนด สมมุติว่า ราคาสูงสุดเท่ากับ 110 ราคาต่ําสุดเท่ากับ 100 และราคาปิดเท่ากับ 108 กรอบราคาสูงสุดคือ 10 (110 - 100), ซึ่งก็คือ ตัวหารของ สูตรใน %R ราคาสูงสุดน้อยกว่าราคาปิด เท่ากับ 2 (110 - 108) ซึ่งคูณด้วย 0.2 และหารด้วย 10 เท่ากับ 0.20 ผลที่ได้นําไปคูณกับ -100 เพื่อให้ได้ -20 สําหรับ %R ถ้าราคาปิดเท่ากับ 103 Williams %R จะเท่ากับ -70 (((110-103)/10) x -100)

เส้นกลางคือ -50 เป็นเส้นที่มีความสําคัญในการเฝ้าระวัง Williams %R เคลื่อนไหวระหว่าง 0 และ -100 ซึ่งทําให้ค่า -50 เป็นค่ากลาง ลองคิดถึง 50 หลาในฟุตบอล แนวรุกมีโอกาสสูงใน การทําคะแนนเมื่อตัดข้ามเส้น 50 หลา แนวรับจะมีความได้เปรียบในการป้องกันแนวรุกจาก การข้ามเส้น 50 หลา Williams %R ที่สูงกว่า 50 บอกว่าราคาเทรดในกรอบบนขาขึ้นใน ช่วงเวลาที่กําหนดซึ่งเรียกได้ว่า Half full ในทางกลับกัน ถ้าต่ํากว่า 50 หมายความว่าราคากําลังเทรดในครึ่งล่างของกรอบเวลาที่กําหนดเรียกว่า Half empty

การอ่านค่าต่ํากว่า -80 บอกว่าราคาอยู่ใกล้ราคา Low ของช่วงเวลาดังกล่าว การอ่านค่า High หมายความว่า -20 ราคาอยู่ใกล้ราคาของกรอบราคาดังกล่าว ในตัวอย่าง หุ้น IBM แสดงกรอบ 14 วัน (สีเหลือง ) พร้อมกับราคาปิด ณ จุดท้ายของช่วงราคา (เส้นประสีแดง) Williams %R เท่ากับ -9 เมื่อราคาปิดอยู่จุดบนสุดของกรอบ Williams %R เท่ากับ -87 เมื่อราคาปิดอยู่ใกล้ กรอบล่าง ราคาปิดเท่ากับ -43 เมื่อมันปิดในกรอบตรงกลาง

Overbought/Oversold

เนื่องจากเป็นเครื่องมือบอกการแกว่งตัว bound oscillator, Williams %R ทําให้มันสามารถ วิเคราะห์ Overbought และ Oversold ได้ง่าย การแกว่งในกรอบ 0-100 ไม่สําคัญว่าหลักทรัพย์ จะเคลื่อนไหวขึ้นหรือลงรวดเร็วขนาดไหน Williams %R จะแกว่งตัวภายในกรอบ การตั้งค่า ใช้กรอบ -20 สําหรับ overbought และ -80 เป็นสัญญาณ oversold ระดับราคานี้สามารถปรับ ให้เหมาะกับการวิเคราะห์ หรือตามลักษณะองหลักทรัพย์ การอ่านค่าสูงกว่า 20 สําหรับกรอบ 14-day Williams %R จะบ่งบอกว่าสินทรัพย์อ้างอิงเทรดใกล้ราคาสูงสุดของ 14 วัน การอ่านค่า ต่ํากว่า -80 เกิดเมื่อหลักทรัพย์กําลังเทรดที่ราคาต่ําสุดของกรอบราคา

ก่อนที่จะมาดูตัวอย่าง สิ่งสําคัญคือ การอ่านสัญญาณ Overbought ไม่ใช่สัญญาณตลาดหมี หลักทรัพย์สามารถเคลื่อนไหวอยู่อย่างนั้นในช่วงเทรนด์ขาขึ้นได้ ระดับราคาปิด เคลื่อนไหว ใกล้กรอบบนซึ่งบอกสัญญาณซื้อ เช่นเดียวกัน สัญญาณ oversold ไม่จําเป็นต้องเป็นสัญญาณ ตลาดกระทิง หลักทรัพย์สามารอยู่รักษาระดับ Oversold และอยู่อย่างนั้นเป็นเทรนด์ขาลงได้ ระดับการปิดจะใกล้กับราคากรอบล่างซึ่งทําให้เกิดแรงขายต่อเนื่อง

กราฟที่ 3 แสดง Arch Coal (ACI) พร้อมกับค่า 14-day Williams %R ชน overbought และ oversold อยู่บ่อย ๆ เส้นประสีแดงทําเครื่องหมายการเคลื่อนไหวต่ํากว่า -50 ที่เกิดขึ้นหลังจาก การเกิดสัญญาณ overbought เส้นประสีเดียวแสดงการเคลื่อนไหวสูงกว่า -50 ที่เกิดขึ้น หลังจากสัญญาณ oversold อย่างที่ได้กล่าวไว้ overbought ไม่จําเป็นต้องเป็นสัญญาณตลาดหมี และ Oversold ไม่จําเป็นต้องเป็นสัญญาณตลาดกระทิง คนที่อยากเทรดสัญญาณสูงสุดต่ําสุด สามารถเลือกเทรดสัญญาณนี้ แต่ว่าดีกว่าถ้าจะรอสัญญาณยืนยัน การเคลื่อนไหวต่ํากว่า -50 สามารถยืนยันเทรนด์ขาลัง หลังจากเกิดสัญญาณ Overbought และการเคลื่อนไหวสูงกว่า -50
สามารถยืนยันเทรนด์ขาขึ้นหลังจากการอ่านสัญญาณ

893.png

โมเมนตั้มล้มเหลว
ความล้มเหลวในการที่จะเคลื่อนไหวกลับไปยัง overbought หรือ Oversold แสดงการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตั้มซึ่งสามารถบอกการเปลี่ยนแปลงราคาที่สําคัญได้ ถ้าสามารถ เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องสูงกว่า -20 คือแสดงความแข็งแกร่ง หลังจากนั้นมันจะมีแรงซื้อมา ผลักให้ %R เข้าสู่ overbought เมื่อหลักทรัพย์แสดงความแข็งแกร่งโดยการผลักเข้าสู่ overbought มากกว่า 1 ครั้ง ความล้มเหลวของระดับราคานี้จะทําให้โมเมนตั้งอ่อนและสามารถ ทํานายการลดลงของราคาได้

894.png

กราฟข้างบนแสดงหุ้น Cisco พร้อมกับ 14-day %R หุ้นแข็งแกร่งพร้อมกับมีสัญญาณ Overbought จากเดือน February ถึงเดือน April แม้ว่าหลังจากการลดลงเหลือต่ํากว่า -80 ใน ต้นเดือน April %R ก็ยังคงย้อนกลับไปสูงกว่า 20 เพื่อแสดงความแข็งแกร่งของราคาต่อเนื่อง หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ %R เพิ่มเข้าสู่ระดับ oversold ในเดือน May ซึ่งการลดลงนี้แสดง สัญญาณ Sell ที่รุนแรง ตามมาด้วยการกลับตัวที่ไม่ถึง -20 แดน overbought ซึ่งแสดง สัญญาณอ่อนแรงครั้งที่ 2 หลังจากที่ลดต่ํากว่า -20 การลดต่ํากว่า 50 สัญญาณขาลงหุ้นราคา ลดลง อีกความล้มเหลวเกิดั้นต่ํากว่า -20 ในกลางเดือน June ก็ส่งผลต่อการลดลงของราคาอย่าง รวดเร็ว

895.png

กราฟข้างบนแสดงหุ่น TJX Companies (TJX) พร้อมกับ 28-day Williams %R นักเทรด สามารถปรับค่าให้เหมาะกับการวิเคราะห์ ยิ่งเวลายาวทําให้เครื่องมือมันอ่อนไหวน้อยลง หลังจากเริ่มเป็นสัญญาณ Overbought ในเดือน October เครื่องมือเคลื่นอไหวต่ํากว่าเดิมและ เป็นสัญญาณ oversold ครั้งที่ 2 ในเดือน December เดือน January ทําให้ %R เข้าสู่แดน overbought และราคาหุ้นทะลุแนวต้าน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี สัญญาณตีกลับทําให้ %R อยู่สูง กว่า -80 และไม่เข้าเขต Oversold ซึ่งแสดงความแข็งแกร่ง การเคลื่อนไหวสูงกว่า -50 ทํานาย การเคลื่อนไหวขึ้นสําหรับอีกหลายเดือน

สรุป

Williams %R เป็นเครื่องมือบอกโมเมนต้าที่บอกการแกว่งตัวของราคาปิดที่สัมพันธ์กับกรอบราคาสูงสุดต่ําสุดของช่วงเวลาที่ใช้ในการคํานวณ นอกจากสัญญาณที่กล่าวข้างบนแล้ว นักเท รดสามารถใช้ %R ในการบอกสัญญาณเทรดสําหรับ 6 เดือนของหลักทรัพย์ 125-day %R c ครอบคลุมระยะเวลา 6 เดือน ราคาที่เคลื่อนไหวสูงกว่า ในกรอบ 6-month average เมื่อ %R มี ค่าสูงกว่า -50 ซึ่งเป็นเทรนด์ขาขึ้น การอ่านค่าต่ํากว่า -50 จะเป็นเทรนด์ขาลง ในแง่นี้ %R สามารถใช้ในการระบุเทรนด์ที่ใหญ่กว่า แต่เช่นเดียวกับเครื่องมือทางเทคนิคทั่วไป มันสําคัญที่ จะใช้ Williams %R ร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ เช่น Volume, chart patterns สัญญาณ Break Out สามารถยืนยันหรือปฏิเสธสัญญาณของ Williams %R ได้

896.png
#67
การวิเคราะห์ทางเทคนิค / การเทรด Forex แบบการลากเส้นแนว...
กระทู้ล่าสุด โดย support-1 - มิถุนายน 03, 2026, 12:58:54 ก่อนเที่ยง
มบูรณ์แบบ ซึ่งในบางครั้งก็มีขัดข้องหรือความเลื่อมล้ำทางด้านราคาบ้าง  เทรดเดอร์รายใหญ่ จะไม่ต้องการความสมบูรณ์แบบในการมองหรือการวาดช่องสัญญาณเส้นแนวโน้ม (Trend line channel) เลย

อะไรบ้าง? ที่เทรดเดอร์จำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมราคา (Price Action) :

-   การเกิดพฤติกรรมราคา สอดคล้องกับกฎที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

-   พฤติกรรมราคาเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่สมบูรณ์แบบ

-   ให้ต้องลากเส้นแนวโน้ม ในเวลาจริง

-   มีหลายวิธีในการลากเส้นแนวโน้ม ในช่วงเวลาการแกว่งตัวของราคา, ของเส้นแนวโน้มและของ ช่องสัญญาณเส้นแนวโน้ม แต่ที่สำคัญคือ ต้องให้สอดคล้องกัน

การเปิดออเดอร์ซื้อ ในช่องสัญญาณเส้นแนวโน้ม ช่วงกราฟย้อนกลับ (Pull back)

-   ช่องสัญญาณเส้นแนวโน้ม จะต้องลาดชันขึ้น

-   ราคาย้อนกลับลงมาเพื่อทดสอบเส้นแนวโน้มของ ตลาดขาขึ้น

-   ปล่อยให้ การขึ้นของราคากราฟเป็นไปในระยะยาวกับ ตลาดขาขึ้น (ในเชิงรุก: เปิดคำสั่งซื้อด้วย คำสั่งซื้อล่วงหน้าในลักษณะจำกัด โดยวางคำสั่งซื้อไว้เหนือเส้นแนวโน้ม)

-   วางคำสั่งซื้อ ในช่องสัญญาณเส้นแนวโน้ม  (ปรับตามความจำเป็น)

885.jfif

การเปิดออเดอร์ขาย ในช่องสัญญาณเส้นแนวโน้ม ช่วงกราฟย้อนกลับ (Pull back)

-   ช่องสัญญาณเส้นแนวโน้ม จะต้องลาดชันลง

-   ราคาย้อนกลับขึ้นมาเพื่อทดสอบเส้นแนวโน้มของ ตลาดขาลง

-   ปล่อยให้ การลงของราคากราฟเป็นไปในระยะยาวกับ ตลาดขาลง (ในเชิงรุก: เปิดคำสั่งขายด้วย คำสั่งขายล่วงหน้าในลักษณะจำกัด โดยวางคำสั่งขายไว้ใต้เส้นแนวโน้ม)

-   วางคำสั่งขายในช่องสัญญาณเส้นแนวโน้ม  (ปรับตามความจำเป็น)

886.jfif
#68
วิเคราะห์กราฟ Forex ประจำวัน / ต่อ: Forex Signal
กระทู้ล่าสุด โดย narjant - มิถุนายน 03, 2026, 12:51:22 ก่อนเที่ยง
#69
วิเคราะห์กราฟ Forex ประจำวัน / Forex Signal
กระทู้ล่าสุด โดย narjant - มิถุนายน 02, 2026, 11:26:44 หลังเที่ยง
#70
วิเคราะห์กราฟ Forex ประจำวัน / ต่อ: Forex Signal
กระทู้ล่าสุด โดย narjant - มิถุนายน 02, 2026, 01:09:24 หลังเที่ยง