Real World Assets (RWA) เทรนด์การนำสินทรัพย์จริง (ที่ดิน, ทอง) มาอยู่บน Blockchain

เริ่มโดย Support-3, มกราคม 14, 2026, 02:27:22 หลังเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

Support-3

การนำสินทรัพย์จริง (ที่ดิน, ทอง) มาอยู่บน Blockchain



    ในขณะที่โลกของ Cryptocurrency เคยถูกมองว่าเป็นเพียงสินทรัพย์เก็งกำไรที่จับต้องไม่ได้ วันนี้เรากำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อเทคโนโลยี Blockchain ถูกนำมาใช้ "ผสาน" เข้ากับเศรษฐกิจภาคจริง (Real Economy) ผ่านสิ่งที่เรียกว่า Real World Assets (RWA)
   
"บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกกระบวนการที่เปลี่ยนสินทรัพย์แสนล้านให้กลายเป็นโทเค็นดิจิทัล ประโยชน์ที่จะพลิกโฉมการลงทุน และความเสี่ยงที่ต้องระวัง"

RWA คืออะไร? นิยามและแนวคิดพื้นฐาน (Concept & Definition)
  Real World Assets (RWA) คือ การนำสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในโลกความเป็นจริง (Physical or Tangible Assets) หรือสินทรัพย์ทางการเงินแบบดั้งเดิม (Traditional Financial Assets) มาแปลงสภาพให้อยู่ในรูปแบบ "โทเค็นดิจิทัล" (Digital Tokens) เพื่อให้สามารถทำธุรกรรม ซื้อขาย หรือโอนเปลี่ยนมือได้บนเครือข่าย Blockchain (On-chain)
      กระบวนการนี้เรียกว่า "Asset Tokenization" ซึ่งเปรียบเสมือนการสร้าง "สะพาน" เชื่อมต่อระหว่างโลก Traditional Finance (TradFi) และ Decentralized Finance (DeFi) เข้าด้วยกัน

ทำไม RWA ถึงสำคัญ?
      ลองจินตนาการว่าคุณต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์มูลค่า 100 ล้านบาท ในโลกเดิมคุณต้องมีเงินก้อนใหญ่ กู้แบงก์ และทำเอกสารมหาศาล แต่ด้วย RWA ตึกมูลค่า 100 ล้านบาทนั้นสามารถถูก "ซอยย่อย" ออกเป็น 100 ล้านโทเค็น (โทเค็นละ 1 บาท) ทำให้ใครก็สามารถเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของตึกนั้นได้

กลไกการทำงาน จากโลกจริงสู่ Blockchain (The Mechanism)



    การทำ RWA ไม่ใช่แค่การสร้างเหรียญขึ้นมาลอยๆ แต่มีกระบวนการที่ซับซ้อนเพื่อให้แน่ใจว่าโทเค็นนั้นมีมูลค่าจริงรองรับ โดยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลัก
ขั้นตอนที่ 1: การจัดการนอกเครือข่าย (Off-Chain Formalization)
ก่อนที่สินทรัพย์จะขึ้นไปอยู่บน Blockchain ต้องมีการจัดการในโลกความจริงก่อน
    ● การประเมินมูลค่า (Valuation) ต้องมีผู้เชี่ยวชาญตีราคาสินทรัพย์นั้นๆ (เช่น ราคาตลาดของที่ดิน, ราคาทองคำ)
    ● สถานะทางกฎหมาย (Legal Structure) ต้องมีการจัดตั้งนิติบุคคล (เช่น SPV - Special Purpose Vehicle) เพื่อถือครองสินทรัพย์นั้นในนามของผู้ถือโทเค็น เพื่อให้มั่นใจว่าถ้าบริษัทล้มละลาย สินทรัพย์ของผู้ถือโทเค็นจะยังปลอดภัย
    ● การเก็บรักษา (Custody) หากเป็นทองคำ ต้องมีห้องนิรภัยเก็บจริง หากเป็นโฉนดที่ดิน ต้องมีเอกสารตัวจริงเก็บไว้กับ Custodian ที่เชื่อถือได้

ขั้นตอนที่ 2: การเชื่อมต่อข้อมูล (Information Bridging)
ข้อมูลจากโลกจริง (ราคา, ความเป็นเจ้าของ) จะถูกส่งเข้าสู่ Blockchain อย่างไร?
    ● Oracles เทคโนโลยีที่ทำหน้าที่ดึงข้อมูลจากโลกภายนอก (เช่น ราคาหุ้น, ราคาทองคำแบบ Real-time) เข้าสู่ Smart Contract เพื่อให้มูลค่าของโทเค็นตรงกับความเป็นจริง

ขั้นตอนที่ 3: การสร้างโทเค็นและซื้อขาย (On-Chain Tokenization)
    ● Smart Contracts สัญญาอัจฉริยะจะถูกเขียนขึ้นเพื่อสร้างโทเค็น (เช่น มาตรฐาน ERC-20 หรือ ERC-721) โดยกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ เช่น ใครมีสิทธิ์ซื้อ, ผลตอบแทนจะจ่ายอย่างไร, หรือเงื่อนไขการไถ่ถอน

ประเภทของสินทรัพย์ในกลุ่ม RWA (Asset Classes)
สินทรัพย์ที่สามารถนำมาทำ Tokenization มีความหลากหลายมาก โดยแบ่งเป็นกลุ่มหลักๆ ได้ดังนี้:
1. อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate)
นี่คือ[b]กลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุดและจับต้องได้มากที่สุด[/b]
    ● รูปแบบ นำคอนโดมิเนียม, โรงแรม หรืออาคารพาณิชย์ มาแปลงเป็นโทเค็น
    ● ผลตอบแทน ผู้ถือโทเค็นจะได้รับส่วนแบ่งจาก "ค่าเช่า" (Rental Yield) หรือกำไรเมื่อมีการขายสินทรัพย์นั้นออกไป (Capital Gain)
    ● ตัวอย่าง RealT (แพลตฟอร์มขายอสังหาฯ ในสหรัฐฯ เป็นชิ้นส่วนย่อยๆ)

2. สินค้าโภคภัณฑ์และโลหะมีค่า (Commodities)
    ● ทองคำ/เงิน แทนที่จะซื้อทองคำแท่งมาเก็บไว้ที่บ้าน ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหาย คุณสามารถซื้อโทเค็นที่มีทองคำจริงหนุนหลัง 1:1
    ● ตัวอย่าง PAX Gold (PAXG) หรือ Tether Gold (XAUT) ที่ทุก 1 โทเค็นมีค่าเท่ากับทองคำ 1 ทรอยออนซ์จริงๆ ที่เก็บในตู้นิรภัยลอนดอน

3. ตราสารหนี้และพันธบัตร (Bonds & Treasuries)
นี่คือเทรนด์ที่ร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยโลกยังอยู่ในระดับสูง
    ● รูปแบบ การนำพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (U.S. Treasury Bills) ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่เสี่ยงต่ำที่สุดในโลก (Risk-free) มาอยู่บนเชน
    ● ประโยชน์ นักลงทุนคริปโตฯ สามารถพักเงิน Stablecoin เพื่อกินดอกเบี้ยพันธบัตร 4-5% ต่อปีได้ โดยไม่ต้องโอนเงินกลับเข้าธนาคาร
    ● ตัวอย่าง Franklin Templeton, Ondo Finance

4. สินเชื่อภาคเอกชน (Private Credit)
    ● รูปแบบ การปล่อยกู้ให้กับธุรกิจในโลกจริง (SMEs, บริษัท Fintech) โดยใช้เงินทุนจาก DeFi
    ● ประโยชน์ ธุรกิจกู้ยืมได้เร็วขึ้น นักลงทุนได้ดอกเบี้ยสูงกว่าฝากธนาคาร
    ● ตัวอย่าง Centrifuge, Goldfinch

5. ทรัพย์สินทางปัญญาและของสะสม (IP & Collectibles)
    ● ลิขสิทธิ์เพลง, งานศิลปะระดับโลก, ไวน์หรู, หรือแม้แต่นาฬิกา Patek Philippe ก็สามารถนำมาแบ่งขายเป็นส่วนย่อยๆ ได้

แพลตฟอร์ม RWA ไหนที่ได้รับการรับรองและมีความน่าเชื่อถือสูงในปัจจุบัน
      การเลือกแพลตฟอร์ม RWA ที่น่าเชื่อถือถือเป็น "ด่านแรก" ที่สำคัญที่สุด เพราะความเสี่ยงหลักของ RWA ไม่ใช่แค่ราคาเหรียญ แต่คือ "สินทรัพย์จริงมีอยู่ไหม" และ "ใครเป็นคนเก็บรักษา"
      ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและในประเทศไทย ซึ่งมีความน่าเชื่อถือสูง โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักดังนีouh:

1. แพลตฟอร์มระดับโลก (Global Tier-1 Platforms)
กลุ่มนี้เน้นความน่าเชื่อถือระดับสถาบันการเงิน (Institutional Grade) มีการตรวจสอบบัญชีและผ่านการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศ (เช่น SEC ของสหรัฐฯ)
    ● Securitize (ร่วมมือกับ BlackRock)
        - ความน่าเชื่อถือ สูงที่สุดในขณะนี้ เพราะเป็นพาร์ทเนอร์หลักของ BlackRock (ผู้จัดการสินทรัพย์อันดับ 1 ของโลก) ในการออกกองทุน BUIDL
        - จุดเด่น เน้นสินทรัพย์ประเภทพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และหุ้นกู้เอกชน มีใบอนุญาตเป็นตัวแทนโอน (Transfer Agent) ที่จดทะเบียนกับ SEC สหรัฐฯ
        - เหมาะสำหรับ นักลงทุนสถาบัน หรือรายย่อยที่ผ่านการตรวจสอบสถานะ (KYC/AML) อย่างเข้มข้น
    ● Ondo Finance
        - ความน่าเชื่อถือ เป็นผู้นำด้านการนำพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasuries) มาอยู่บน Blockchain ผ่านเหรียญ OUSG และ USDY สินทรัพย์ถูกเก็บรักษาโดยคนกลางระดับโลก (เช่น BNY Mellon)
        - จุดเด่น เข้าถึงง่ายกว่า BlackRock สำหรับนักลงทุนคริปโตฯ ทั่วไป สามารถนำเหรียญไปใช้ต่อในโลก DeFi ได้
        - การรับรอง ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสหรัฐฯ (Reg D/Reg S exemptions)
    ● Franklin Templeton (Benji Investments)
        - ความน่าเชื่อถือ ดำเนินการโดย Franklin Templeton กองทุนระดับโลกที่มีอายุกว่า 70 ปี
        - จุดเด่น เป็นกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) รายแรกที่จดทะเบียนบน Public Blockchain (Stellar/Polygon) อย่างเป็นทางการ

2. แพลตฟอร์มในประเทศไทย (Thai SEC Regulated)
สำหรับนักลงทุนไทย แนะนำให้เริ่มจากแพลตฟอร์มที่ได้รับใบอนุญาต ICO Portal จาก ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) เพราะมีกฎหมายไทยคุ้มครองชัดเจน
    ● Kubix (คิวบิกซ์)
        - ผู้สนับสนุน บริษัทลูกของ ธนาคารกสิกรไทย (KBank)
        - ผลงานเด่น
          : Destiny Token (อดีต) โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในภาพยนตร์ "บุพเพสันนิวาส ๒" ซึ่งผู้ถือได้รับผลตอบแทนจริงตามรายได้หนัง
          : G-Token (โครงการในอนาคต) พันธบัตรออมทรัพย์บน Blockchain ที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (กำลังพัฒนาโดยร่วมมือกับหลายฝ่าย)
        - ความน่าเชื่อถือ สูงมาก ด้วยมาตรฐานระดับธนาคารกสิกรไทย
    ● Token X (โทเคน เอกซ์)
        - ผู้สนับสนุน บริษัทลูกของ SCBX (กลุ่มไทยพาณิชย์)
        - ผลงานเด่น
          : RealX โทเคนดิจิทัลที่มีคอนโดมิเนียมหรู (Park Origin) เป็นสินทรัพย์อ้างอิง ผู้ถือเหรียญเปรียบเสมือนเจ้าของร่วมในคอนโด และได้รับปันผลจากค่าเช่า
        - จุดเด่น มีแอปพลิเคชัน Token X ที่ใช้งานง่าย เชื่อมต่อกับแอป SCB EASY ได้
    ● XSpring Digital (เอ็กซ์สปริง)
        - ผู้สนับสนุน มีพาร์ทเนอร์ใหญ่อย่าง แสนสิริ (Sansiri) และ Krungthai Bank
        - ผลงานเด่น
          : SiriHub Token (อดีต) โทเคนอสังหาฯ ตัวแรกๆ ของไทย ที่มีสินทรัพย์คืออาคารสิริ แคมปัส
        - ความน่าเชื่อถือ เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาด ICO Portal ในไทยที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง

คำแนะนำในการเลือก
1. ถ้าเน้นความปลอดภัยสูงสุดและกฎหมายไทยคุ้มครอง เลือก RealX (ผ่าน Token X/Bitkub) หรือรอโครงการใหม่จาก Kubix
2. ถ้าเน้นผลตอบแทนรูปดอลลาร์และรับความเสี่ยงเรื่องกม.ต่างประเทศได้ เลือก Ondo Finance หรือ Securitize (ถ้าเป็นนักลงทุนรายใหญ่)
      ข้อควรระวัง ระวังแพลตฟอร์มที่อ้างว่าเป็น RWA แต่ไม่มีสินทรัพย์จริง หรือตรวจสอบไม่ได้ (ไม่มี Audit Report, ไม่มี Custodian ที่น่าเชื่อถือ) เพราะอาจเป็นแชร์ลูกโซ่ที่แอบอ้างชื่อ RWA

ประโยชน์มหาศาลของการทำ RWA (Key Benefits)
การนำสินทรัพย์จริงมาอยู่บน Blockchain แก้ปัญหา Pain Points ดั้งเดิมได้หลายประการ
1. สภาพคล่องที่สูงขึ้น (Liquidity Enhancement)
      สินทรัพย์อย่างอสังหาริมทรัพย์ปกตินั้น "Illiquid" (ขายยาก เปลี่ยนเป็นเงินสดยาก) ต้องใช้เวลาหลายเดือนในการขาย แต่เมื่อเป็นโทเค็น คุณสามารถขายโทเค็นส่วนของคุณในตลาดรอง (Secondary Market) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เหมือนขายหุ้น
2. การเป็นเจ้าของร่วม (Fractionalization)
      นี่คือหัวใจสำคัญ RWA อนุญาตให้แบ่งสินทรัพย์เป็นหน่วยย่อยมากๆ (เช่น 0.0001%) ทำให้รายย่อยที่มีเงินทุนน้อยสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ระดับ High-end ที่ก่อนหน้านี้สงวนไว้เฉพาะเศรษฐีหรือกองทุนใหญ่เท่านั้น
3. ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ (Transparency)
      ธุรกรรมทั้งหมดถูกบันทึกบน Blockchain ซึ่งแก้ไขไม่ได้ (Immutable) นักลงทุนสามารถตรวจสอบประวัติความเป็นเจ้าของ สิทธิประโยชน์ และการไหลเวียนของเงินปันผลได้โดยไม่ต้องพึ่งพาความเชื่อใจในบุคคลที่สามเพียงอย่างเดียว
4. ลดต้นทุนและคนกลาง (Efficiency & Cost Reduction)
      Smart Contract ทำงานอัตโนมัติในการแจกจ่ายปันผล การโอนกรรมสิทธิ์ ช่วยลดค่าธรรมเนียมทนายความ นายหน้า หรือค่าธรรมเนียมธนาคารข้ามประเทศลงได้อย่างมาก

ความเสี่ยงและความท้าทายที่ต้องระวัง (Risks & Challenges)
เหรียญย่อมมีสองด้าน แม้ RWA จะดูสวยหรู แต่ก็มีความเสี่ยงที่ซับซ้อนกว่าคริปโตฯ ทั่วไป
    ● ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ (Regulatory Risk) นี่คือความเสี่ยงใหญ่ที่สุด กฎหมายหลักทรัพย์ในแต่ละประเทศยังไม่รองรับ RWA อย่างสมบูรณ์ หาก ก.ล.ต. สหรัฐฯ หรือไทยมองว่าโทเค็นนั้นผิดกฎหมาย แพลตฟอร์มอาจถูกสั่งปิดได้ทันที
    ● ความเสี่ยงจากตัวกลาง (Custodial Risk) RWA ไม่ใช่ Decentralized 100% เพราะยังต้องมีคนเก็บรักษา "โฉนดจริง" หรือ "ทองคำจริง" หากบริษัทที่เก็บรักษาโกง หรือทำสินทรัพย์หาย มูลค่าของโทเค็นจะกลายเป็นศูนย์ทันที
    ● ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Mismatch) หากทุกคนเทขายโทเค็นพร้อมกัน แต่สินทรัพย์จริง (เช่น ตึก) ยังขายไม่ออก แพลตฟอร์มอาจไม่มีเงินสดมาคืนให้นักลงทุนในทันที
    ● Smart Contract Risk หากโค้ดที่เขียนไว้มีช่องโหว่ แฮกเกอร์อาจเจาะระบบและขโมยสิทธิ์ความเป็นเจ้าของไปได้

อนาคตของ RWA สถาบันการเงินตบเท้าเข้าสู่ตลาด
      ปัจจุบัน BlackRock ผู้จัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เปิดตัวกองทุน BUIDL บนเครือข่าย Ethereum ซึ่งเป็นการนำพันธบัตรสหรัฐฯ มาทำ Tokenization นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า "สถาบันการเงิน" เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้
      รายงานจาก Boston Consulting Group (BCG) คาดการณ์ว่า ตลาด Tokenized Assets จะมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 16 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030 ซึ่งครอบคลุมถึง 10% ของ GDP โลก

บทสรุป
      Real World Assets (RWA) ไม่ใช่แค่เทรนด์ฉาบฉวย แต่คือวิวัฒนาการขั้นถัดไปของตลาดทุนโลก มันคือการนำ "เสถียรภาพ" ของสินทรัพย์จริง มาติดปีกด้วย "ประสิทธิภาพ" ของ Blockchain
      สำหรับนักลงทุน การศึกษาเรื่อง RWA ในวันนี้ คือ การเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสการลงทุนรูปแบบใหม่ที่จะกลายเป็นมาตรฐานของโลกการเงินในทศวรรษหน้า