ข่าว:

กระทู้ล่าสุด

#1
วิเคราะห์กราฟ Forex ประจำวัน / ต่อ: Forex Signal
กระทู้ล่าสุด โดย narjant - วันนี้ เวลา 04:28:59 ก่อนเที่ยง
#2
วิเคราะห์กราฟ Forex ประจำวัน / Forex Signal
กระทู้ล่าสุด โดย narjant - วันนี้ เวลา 04:26:41 ก่อนเที่ยง
#3
วิเคราะห์กราฟ Forex ประจำวัน / บทวิเคราะห์กราฟทางเทคนิค US500...
กระทู้ล่าสุด โดย support-2 - วันนี้ เวลา 03:02:12 ก่อนเที่ยง
📊 บทวิเคราะห์กราฟทางเทคนิค US500 & GBPCAD
ประจำวันที่ 18/06/2026



US500(S&P500) 18-06.png

US500 — S&P 500 (H1)
Bias: ขาลง (SHORT) 🔻

📌 เหตุผล: Resistance Trendline เป็นแนวต้านสำคัญของภาพ ตราบใดที่ราคายังไม่ทะลุทั้ง Swing High และ Resistance Trendline ขึ้นไปได้ ภาพรวมยังมองเป็นขาลง ตอนนี้ราคารีบาวด์ขึ้นมาทดสอบโซนด้านบน

🎯 โซนสำคัญ: Supply Zone 7512–7525 และ FVG 7485–7500 (ราคาปัจจุบัน 7489 อยู่ในโซน FVG)

📋 แผนเทรด: รอราคาขึ้นมาทดสอบโซน Supply/FVG แล้วค่อยหาสัญญาณ SHORT ใน Timeframe ที่เล็กลง

🎯 Entry zone: Supply Zone 7512–7525 / FVG 7485–7500
⛔ Stop Loss: 7565 (เหนือ Swing High)
✅ Take Profit 1: 7404
✅ Take Profit 2: 7364
✅ Take Profit 3: 7315

💡 ข้อสังเกต: RR ขึ้นอยู่กับจุดที่สัญญาณกลับตัวเกิดขึ้นจริงในโซน — เกิดตื้น RR แคบ เกิดลึก RR คุ้มกว่า ให้เข้าตามจุดที่สัญญาณยืนยันจริงใน TF เล็ก ไม่ฝืนรอราคาลงลึก

⚠️ ยกเลิกแผน: ราคาทะลุ Swing High และ Resistance Trendline ขึ้นไปยืนได้ (เหนือ ~7565) ถือว่าภาพขาลงนี้ผิดทาง



GbpCad 18-06.png

GBPCAD (H1)
Bias: ขาลง (SHORT) 🔻

📌 เหตุผล: เกิดรูปแบบ Rising Wedge (รูปแบบกลับตัวขาลง) และราคาแตกออกด้านล่างของลิ่ม ตอนนี้ย่อขึ้นมาทดสอบ FVG เป็นจังหวะมองหา SHORT ตามทิศ

🎯 โซนสำคัญ: Supply Zone 1.8785–1.8804, FVG 1.8762–1.8785 (ราคาปัจจุบัน 1.87707 อยู่ในโซน FVG) และ Demand Zone 1.8675

📋 แผนเทรด: รอราคาขึ้นมาทดสอบโซน Supply/FVG แล้วค่อยหาสัญญาณ SHORT ใน Timeframe ที่เล็กลง

🎯 Entry zone: Supply Zone 1.8785–1.8804 / FVG 1.8762–1.8785
⛔ Stop Loss: 1.8810 (เหนือ Rising Wedge)
✅ Take Profit 1: 1.8720
✅ Take Profit 2: 1.8675 (Demand Zone)

💡 ข้อสังเกต: RR ขึ้นอยู่กับจุดที่สัญญาณกลับตัวเกิดขึ้นจริงในโซน — เกิดตื้น RR แคบ เกิดลึก RR คุ้มกว่า ให้เข้าตามจุดที่สัญญาณยืนยันจริงใน TF เล็ก ไม่ฝืนรอราคาลงลึก

⚠️ ยกเลิกแผน: ราคาทะลุ Supply Zone ขึ้นไปยืนเหนือ ~1.8810 ได้ ถือว่าภาพขาลงนี้ผิดทาง



📍 หมายเหตุการเข้าเทรด: ระดับ SL / TP ข้างต้นอ้างอิงจากภาพ Timeframe หลักของแต่ละสินค้า (ระบุ TF กำกับไว้ที่หัวข้อสินค้า) ใช้บอกภาพรวมและเป้าหมาย — แนะนำหาจังหวะเข้า (Entry) ใน Timeframe ที่เล็กกว่า โดย SL ปรับตามรูปแบบการเข้าใน TF เล็ก ส่วน TP ยึดตามเป้าหมายของภาพหลัก

* บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดบริหารความเสี่ยงทุกครั้ง
#4
การวิเคราะห์ทางเทคนิค / การเทรด Forex แบบ Overtrading ...
กระทู้ล่าสุด โดย support-1 - วันนี้ เวลา 01:35:39 ก่อนเที่ยง
การเปิดเทรดมากไป หรือถือ positions เมื่อรวมกันแล้วมากไปเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นสำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดใหม่ หรือแม้แต่เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ การ Overtrading เป็นการเปิดเทรดมากไปหรือถือ positions เวลาเดียวกันมากไป เกินสัดส่วนทุนหลายเท่า เลยทำให้เกิดเรื่องของ risk และ reward สูงเกินไป โดยเฉพาะเรื่องของ Risk ถ้ามากไป ก็จะทำให้สูญเสียในเวลาอันสั้นหรือสูญเสียหมดได้

Overtrading เกิดขึ้นได้อย่างไร

การมองว่าจะเป็น overtrading หรือเปล่าต้องดูส่วนประกอบหลักๆ เป็นเรื่องของทุน และ Leverage ที่เปิดสำหรับเทรด การเทรดฟอเรกเป็นตลาดที่ยอมให้เทรดเดอร์ใช้เรื่องของ Leverage ได้มาก เช่น 1:200 1:400 1:500 1:800 หรือ 1:1000 หมายความว่าให้ท่านเปิดเทรดได้มากกว่าทุนท่านกี่เท่า ตามที่ท่านกำหนดตอนเปิดบัญชีได้ แต่เวลาท่านขาดทุน ท่านขาดทุนเท่าที่ทุนท่านมี ดังนั้นเรื่องของ Leverage ที่เปิดโอกาสให้ท่านเทรดได้มากกว่าทุนท่านหลายเท่า เลยทำให้เกิดเรื่องของ Risk และ Reward มากขึ้นไปด้วยเมื่อท่านเปิดเทรด เมื่อท่านเปิดเทรดเกินทุน ด้วยการเปิดออเดอร์น้อยแต่ล็อตมาก หรือล็อตน้อยแต่หลายๆ ออเดอร์รวมกันเท่ากับว่า positions ที่ถืออยู่เกินทุนหลายเท่า นี่เรียกว่า Overtrading  แต่ถ้าท่านเปิดเทรดบ่อย แต่ positions ที่ถือพร้อมกันนับรวมกันแล้วไม่มาก ไม่เกินทุนของท่าน นี่ไม่ถือว่าเป็นการ Overtrading แค่เป็นการเข้าเทรดบ่อย นี่คือเงื่อนไขทางบัญชีที่เปิดเทรด แต่ถ้าเป็นเรื่องของอารมณ์ที่ทำให้เกิด Overtrading ก็จะมีเรื่องของการขาดความอดทน เมื่อเปิดแล้วราคาไม่วิ่ง ก็อดเปิดเพิ่มไม่ได้ เรื่องรำคาญ positions ที่เปิดแล้วราคาไม่ไปไหน เลยเปิดเพิ่มหรือหาโอกาสจากการเปิดเทรดคู่อื่นเพิ่ม หรือเพราะความโลภ อยากได้กำไรจากตลาดเร็วและมากไปในเวลาอันสั้น เลยทำให้การเปิดเทรดของท่านเป็น Overtrading ไปได้

สิ่งที่ต้องระวังเมื่อ Overtrading

การเทรดฟอเรกมีข้อดีหลายๆ อย่าง เรื่องของ Overtrading ก็เป็นผลข้อดีของเรื่อง Leverage สำหรับที่เทรดเดอร์มีทุนน้อยสามารถเทรดมากกว่าทุนตัวเองได้หลายเท่าๆ ที่กำหนดใน Leverage เมื่อเปิดบัญชี แต่ข้อเสียเรื่องนี้คือ เมื่อท่านเปิดเทรดเกินทุนมาก เท่ากับท่านเปิด Risk และ Reward มากไปด้วยในตัว เพราะถ้าราคาวิ่งสวนท่าน ท่านเสียได้เท่าที่ทุนท่านมี ต้องไม่ลืมว่ารายได้ของโบรกเกอร์มาจากการเทรดของท่านยิ่งท่านเปิดเทรดมาก โบรกเกอร์ก็ยิ่งจะมีรายได้มาก ลองสังเกตุดูโบรกเกอร์ที่เน้นเทรดเดอร์รายย่อย ก็จะมีส่วนกำหนด Leverage ค่อนข้างจะมาก เพื่อดึงดูดเทรดเดอร์เข้าตลาด ขณะเดียวกันตลาดก็ได้ผลประโยชน์ด้วย ถ้ารายย่อยเข้าเทรดมาก ก็จะช่วยเพิ่ม liquidity เข้าตลาดไปในตัวด้วย เพราะขาใหญ่ต้องการ liquidity ฝั่งตรงข้ามเมื่อพวกเขาจะเปิดเทรดหรือออกเทรด และสิ่งที่ท่านต้องระวังคือ ส่วนมาก Overtrading มักจะเกิดขึ้นช่วงที่เมื่อเปิดเทรดแล้วราคาไม่ไปไหน เลยอยากหาโอกาสเทรดเพิ่ม หรือช่วงที่เปิดเทรดแล้วถือ positions ที่ติดลบมากเลยอยากหาทางเอาคืน เมื่อไรก็ตามที่เทรดด้วยอารมณ์ เทรดแบบไร้จุดหมาย ไม่หา trade setup ที่มีความเป็นไปได้สูง มองข้ามเงื่อนไขที่กำหนด สำหรับแต่ละ trade setup เมื่อนั้นความเสี่ยงที่จะสูญเสียก็จะอยู่ข้างท่านมากกว่า

จะไม่เลี่ยงการ Overtrading อย่างไร

947.png


การเปิดเทรดก็จะมาจากรูปแบบการเทรดเป็นหลัก เช่นถ้าเป็นรูปแบบการเทรด เก็บระยะสั้น อย่าง Scalping ที่เน้นออกเร็ว โอกาสการเปิดเทรดแต่ละวันก็จะมากกว่ารูปแบบการเทรดอื่น เช่น Day Trading หรือที่เทรดแล้วเน้นปิด position ภายในวัน สำคัญคืออย่าปล่อยถือ positions หลายๆ ออเดอร์พร้อมๆ กัน วิธีการที่ไม่ให้เปิดหลายๆ positions มีดังนี้ ข้อแรก พยายามเทรด setup ที่มีความเป็นไปได้สูงด้วยการกำหนด ระดับหรือคุณภาพของ trade setup ก่อนที่จะเปิดเทรด  ข้อสอง เน้นให้หลักการ Risk:Reward เข้ามาประกอบแต่ละ trade setup ที่จะเปิดต้องเห็นชัดเจนก่อน  ข้อสาม ถ้าเทรดเสียติดต่อกันหลายออเดอร์ ต้องทำการพักห่างจากจอสักระยะ เพราะป้องกันอารมณ์ที่อยากเอาชนะตลาด หรือเอาคืนส่วนที่เสียไป เพราะตลาดมีโอกาสตลอดถ้าท่านยังรักษาทุนไว้ได้  ข้อสี่ เน้นที่ขบวกการ หรือกำหนดเรื่องการเทรดเป็นเรื่อง objective ไม่ใช่เรื่องของอารมณ์ การจะเปิดเทรดไม่ใช่แค่เห็นแท่งเทียนยาวๆ เพราะถ้าเทรดแบบนั้น เป็นการถูกกระตุ้นให้เทรดตามตลาด เป็นสิ่งที่ขาใหญ่ต้องการ ข้อ 5 พยายามเทรดตอนช่วงที่ตลาดมี volatility สูง เพราะราคาจะวิ่งดี การที่เมื่อท่านเปิดเทรด ท่านไม่ต้องการให้ราคาไม่ไปไหน ท่านต้องการความไม่สมดุลย์เรื่องออเดอร์เกิดขึ้นไม่นานหรือทันทีที่ท่านเปิดเทรด เพราะถ้าเปิดเทรดแล้วราคาไม่ไปไหน เมื่อเวลานานไปเงื่อนไขตัวกำหนดความเป็นไปได้ของแต่ละ trade setup ก็อาจจะเปลี่ยนไป
เช่นอย่างกรณีของ EURUSD ตามภาพประกอบท่านจะเลี่ยงการ Overtrading ได้อย่างไรตามที่แนะนำ อย่างแรกท่านใช้เรื่องของ market sessions หรือช่วงเวลาตลาดมาเป็นตัวกรองก่อน ค่อยกำหนด trade setup ท่าน เมื่อเปิดเทรดแล้ว ก็ถือรอ เช่นท่านอาจกำหนด trade setup ด้วยหลักการ Demand/Supply และ London Breakout ดูเส้นสีขาวที่เปิดโอกาสให้เทรด ท่านก็จะกำหนด trade setup จาก H1 ด้วย ก็จะลดจำนวน trade setup ลงไป แล้วท่านก็เปิดเทรด และที่สำคัญเรื่องของ risk:reward ท่านจะกำหนดได้ดีด้วย แล้วเน้นถือรอตามช่วงตลาด ก็จะลด Overtrading ได้ง่าย
#5
วิเคราะห์กราฟ Forex ประจำวัน / ต่อ: Forex Signal
กระทู้ล่าสุด โดย narjant - เมื่อวานนี้ เวลา 09:01:31 ก่อนเที่ยง
✅สัญญาณเทรด 17/06/2026
 
Buy : BTCUSD

จุดเข้า : ตอนนี้

TP : 69957

SL : 59957
#6
พื้นฐาน Crypto / DMC Token คืออะไร?
กระทู้ล่าสุด โดย Support-3 - เมื่อวานนี้ เวลา 08:37:13 ก่อนเที่ยง
DMC Token คืออะไร? เมื่อตำนาน Back to the Future กลายเป็นเหรียญคริปโตสุดล้ำที่คุณต้องเป็นเจ้าของ



"Roads? Where we're going, we don't need roads."
(ถนนงั้นหรือ? ที่ที่เรากำลังจะไป ไม่จำเป็นต้องใช้ถนนหรอก)
— Dr. Emmett Brown (ภาพยนตร์ Back to the Future)


       ประโยคสุดคลาสสิกจากภาพยนตร์ระดับตำนานในยุค 80s อย่าง Back to the Future ไม่ได้เป็นเพียงแค่บทสนทนาในโลกภาพยนตร์อีกต่อไป เพราะในวันนี้ ยานยนต์ข้ามเวลาสไตล์ไซไฟที่มีประตูปีกนก (Gull-wing doors) อย่าง DeLorean ได้เดินทางข้ามมิติแห่งกาลเวลามาสู่โลกแห่งความเป็นจริงในยุคดิจิทัลแล้ว แต่การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มาในรูปแบบของเครื่องยนต์สันดาปหรือเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ทว่ามาในรูปแบบของ "DMC Token" สกุลเงินดิจิทัลสุดล้ำที่ผสานเอาประวัติศาสตร์ยานยนต์ ป๊อปคัลเจอร์ (Pop Culture) และเทคโนโลยีบล็อกเชน (Web3) เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

"บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกแบบเจาะทะลุเวลา ไปทำความรู้จักกับ DMC Token ว่ามันคืออะไร? มีที่มาที่ไปอย่างไร? และทำไมแบรนด์รถยนต์ที่เคยเป็นเพียงสัญลักษณ์ของยุค 80s ถึงกลายมาเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมยานยนต์บนโลกคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ที่นักลงทุนและแฟนบอยทั่วโลกต้องจับตามอง"

จุดกำเนิดแห่งตำนาน จากวิสัยทัศน์สู่ยานยนต์ข้ามเวลา
       ก่อนที่เราจะไปทำความเข้าใจถึงตัวเหรียญคริปโต เราต้องย้อนเวลากลับไปทำความรู้จักกับรากฐานของแบรนด์กันเสียก่อน
DeLorean Motor Company (DMC) ก่อตั้งขึ้นโดย John Z. DeLorean วิศวกรและผู้บริหารระดับสูงผู้เปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์ (และผู้สร้างตำนานรถ Muscle Car อย่าง Pontiac GTO ให้กับ General Motors) เขาตัดสินใจลาออกจากบริษัทยักษ์ใหญ่เพื่อมาไล่ตามความฝันในการสร้างรถยนต์สปอร์ตที่เป็นชื่อของเขาเอง นั่นคือกำเนิดของรุ่น DMC-12 รถยนต์ที่ผลิตออกมาเพียงรุ่นเดียวของบริษัท แต่กลับกลายเป็นอมตะตลอดกาล

ความโดดเด่นของ DMC-12 ในยุคนั้นล้ำหน้าเกินกว่าใคร
       ตัวถังทำจากสเตนเลสสตีล (Brushed Stainless-Steel Body) รถออกจากโรงงานโดยไม่มีการพ่นสีทับ เผยให้เห็นเนื้อสเตนเลสสตีลกันสนิมที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดมาจากโลกอนาคต
       ประตูปีกนก (Gull-wing Doors) ดีไซน์ประตูที่เปิดยกขึ้นด้านบนสุดอลังการ ออกแบบโดยนักออกแบบยานยนต์ชื่อดังชาวอิตาลี Giorgetto Giugiaro
       แม้บริษัทต้นตำรับจะมีอายุขัยสั้นและต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินจนล้มละลายไปในช่วงต้นยุค 80s แต่โชคชะตากลับพลิกผันเมื่อฮอลลีวูดก้าวเข้ามา

ปรากฏการณ์ Back to the Future
       ผู้กำกับ Steven Spielberg และ Robert Zemeckis กำลังมองหา "ไทม์แมชชีน" สำหรับภาพยนตร์เรื่องใหม่ ตอนแรกพวกเขาคิดจะใช้ "ตู้เย็น" ด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจมาใช้รถยนต์เพราะสามารถเคลื่อนที่ได้ และเหตุผลที่เลือก DeLorean DMC-12 ก็เพราะดีไซน์ที่ดูล้ำยุคของมัน หากขับย้อนเวลาไปในยุค 1950s ผู้คนจะต้องคิดว่ามันคือ "จานบิน UFO ของมนุษย์ต่างดาว" อย่างแน่นอน

       ด้วยการติดตั้ง Flux Capacitor (ตัวเก็บประจุฟลักซ์) และการทำความเร็วทะลุ 88 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 142 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) รถ DeLorean จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางข้ามเวลาที่ฝังรากลึกอยู่ในใจของผู้คนทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

ก้าวสู่โลกอนาคตของจริง การถือกำเนิดของ DeLorean Labs
       เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงศตวรรษที่ 21 แบรนด์ DeLorean ไม่ยอมเป็นเพียงแค่ความทรงจำในแผ่นฟิล์ม บริษัทได้รับการฟื้นฟูและรีแบรนด์ใหม่เพื่อมุ่งสู่อุตสาหกรรม รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่ผู้บริหารชุดใหม่ไม่ได้หยุดความทะเยอทะยานไว้แค่การผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า พวกเขามองเห็น "อนาคต" ที่แท้จริง นั่นคือโลกของ Web3 และการประยุกต์ใช้ บล็อกเชน (Blockchain)

       นี่จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง DeLorean Labs ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ดูแลด้าน Web3 อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายหลักคือการเชื่อมโยงสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริง (Real World Assets หรือ RWA) อย่าง "รถยนต์" เข้ากับโลกดิจิทัล เกิดเป็นระบบนิเวศการเป็นเจ้าของรถยนต์บนบล็อกเชน (Tokenized Vehicle Ecosystem) เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมยานยนต์

DMC Token คืออะไร? กลไกขับเคลื่อนความเร็ว 88 ไมล์/ชั่วโมงในโลกคริปโต



       DMC Token คือ เหรียญคริปโตเคอร์เรนซีประเภท Utility Token (โทเคนเพื่อการใช้ประโยชน์) อย่างเป็นทางการของ DeLorean Motor Company โดยถูกออกแบบมาเพื่อเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนระบบนิเวศ Web3 ทั้งหมดของแบรนด์
       หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ในภาพยนตร์รถ DeLorean ต้องใช้พลังงานนิวเคลียร์ (หรือสายฟ้าฟาด) ในการขับเคลื่อนไทม์แมชชีน แต่ในโลกดิจิทัล DMC Token คือเชื้อเพลิงที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมทั้งหมดของ DeLorean Labs ผ่านโปรโตคอลที่ชื่อว่า FLUX Protocol (ตั้งชื่อล้อไปกับ Flux Capacitor ในภาพยนตร์ได้อย่างชาญฉลาด)

FLUX Protocol นวัตกรรมยานยนต์บนบล็อกเชน
       FLUX Protocol ถูกสร้างขึ้นเพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ดั้งเดิม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบการจัดการข้อมูลรถยนต์ที่โปร่งใสและไม่สามารถแก้ไขได้ (Immutable) ประกอบไปด้วยคุณสมบัติหลัก ได้แก่
  • On-chain Vehicle Reservation การจองสิทธิ์ในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของ DeLorean ผ่านการใช้บล็อกเชน (Smart Contracts)
  • Marketplace (ตลาดซื้อขายดิจิทัล) ผู้ใช้สามารถซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนสิทธิ์ในการครอบครองรถได้อย่างราบรื่นและโปร่งใส โดยไม่ต้องผ่านคนกลางหรือดีลเลอร์แบบดั้งเดิม
  • Data Analytics & Integrity เมื่อรถถูกผลิตและนำไปใช้งาน ข้อมูลต่างๆ เช่น ระยะทางที่ขับ (Mileage), ประวัติการซ่อมบำรุง, สถิติการขับขี่ และประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ จะถูกบันทึกลงบนบล็อกเชนอย่างถาวร สิ่งนี้จะช่วยแก้ปัญหา "การกรอไมล์" หรือการหลอกลวงในตลาดรถยนต์มือสองได้อย่างหมดจด

Use Case เป็นเจ้าของ DMC Token แล้วทำอะไรได้บ้าง?



       หลายคนอาจสงสัยว่าการซื้อเหรียญที่เกิดจากแบรนด์รถยนต์ จะมีประโยชน์หรือ Use Case อย่างไรในโลกคริปโต? DeLorean Labs ได้วางโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ DMC Token มีความต้องการในการใช้งานจริง (Real-world Utility) ดังนี้
       Governance (อำนาจในการกำกับดูแล) ผู้ถือเหรียญ DMC จะมีสิทธิ์เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท (ในรูปแบบของ DAO) โดยสามารถใช้เหรียญเพื่อโหวตกำหนดทิศทางของชุมชน Web3 ตลอดจนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจฟีเจอร์บางอย่างของการพัฒนารถยนต์ในอนาคต

  • Staking and Rewards (การวางสเตกเพื่อรับผลตอบแทน) นักลงทุนสามารถนำเหรียญ DMC ไปล็อกไว้ในระบบ (Staking) เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยและสภาพคล่องของเครือข่าย โดยแลกกับผลตอบแทน (Yield) และสิทธิพิเศษอื่นๆ ในระยะยาว
  • Ecosystem Access (สิทธิพิเศษในการเข้าถึง) ใช้ในการเข้าถึงการดรอป (Drops) สินค้าไลฟ์สไตล์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ, รถยนต์ดิจิทัล (Tokenized Vehicles) และความร่วมมือพิเศษกับแบรนด์ระดับโลกอื่นๆ
  • การจองรถและเป็นส่วนลด ในอนาคต DMC Token สามารถนำมาใช้ในกระบวนการจองรถยนต์ไฟฟ้าคันจริง หรือใช้ชำระค่าบริการต่างๆ ภายในระบบนิเวศของ DeLorean ได้

การผสานพลังข้ามเครือข่าย (Cross-Chain) จาก Sui สู่ Solana
       ในตอนเริ่มต้น DeLorean Labs เลือกพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบน Sui Network บล็อกเชนเลเยอร์ 1 (Layer 1) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วและความสามารถในการขยายตัว (Scalability) ในการรองรับข้อมูลที่มีความซับซ้อนอย่าง FLUX Protocol

       แต่เพื่อให้เหรียญสามารถเข้าถึงมวลชนและตอบโจทย์วิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้น ในช่วงต้นปี 2026 DeLorean Labs ได้ทำการก้าวข้ามขีดจำกัดโดยการเชื่อมต่อเหรียญ (Bridge) ไปยังเครือข่าย Solana ซึ่งเป็นบล็อกเชนที่มีคอมมูนิตี้ผู้ใช้งานรายย่อยที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ผ่านเทคโนโลยีบริดจ์ของ Wormhole ภายใต้แพลตฟอร์ม Sunrise

ทำไมต้อง Solana?
       การนำทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ระดับโลกมาลงบน Solana ถือเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดแบบเดิมๆ ที่แบรนด์ใหญ่ๆ มักจะเข้าถึงยาก

       "ทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นไอคอนระดับโลกไม่ควรถูกเก็บซ่อนไว้หลังเชือกกำมะหยี่ แต่ควรเข้าถึงได้และให้ชุมชนที่รักมันมีสิทธิ์เป็นเจ้าของ" — นี่คือวิสัยทัศน์ของทีมผู้สร้าง

       การมีอยู่บน Solana ทำให้ผู้ใช้ DeFi (Decentralized Finance), นักสะสม NFT และนักลงทุนรายย่อยหลายล้านคน สามารถทำธุรกรรม ซื้อ โอน และ Staking เหรียญ DMC ได้ด้วยความเร็วสูงและค่าธรรมเนียมที่ถูกแสนถูก (ตามสไตล์ Solana) ทำให้ DeLorean กลายเป็นแบรนด์ระดับโลกเคียงข้าง Google และ Mastercard ที่เข้ามามีบทบาทในระบบนิเวศนี้อย่างเต็มตัว

Tokenomics เศรษฐศาสตร์แห่งกาลเวลาของ DMC
       เพื่อให้ระบบนิเวศมีความยั่งยืนและป้องกันการเทขายอย่างรุนแรง (Dumping) จากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โครงสร้างเศรษฐศาสตร์ของโทเคน (Tokenomics) ของ DMC ได้ถูกออกแบบมาอย่างระมัดระวัง โดยมีการกำหนดระยะเวลาการล็อกเหรียญ (Vesting Schedule) ที่ชัดเจน

อุปทานสูงสุด (Maximum Total Supply): 12.8 - 13 พันล้านโทเคน



       จากตาราง จะเห็นได้ว่า การออกแบบ Tokenomics ของ DMC ให้ความสำคัญกับ ชุมชนและระบบนิเวศ (Community & Ecosystem) เป็นอันดับแรก ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาของ Web3 ที่ต้องการกระจายอำนาจให้กับผู้ใช้งานอย่างแท้จริง
ข้อมูลราคาและการลงทุน (อัปเดตปี 2026)

  • จากข้อมูลบนกระดานเทรดชั้นนำระดับโลกอย่าง Binance (ในหมวด Alpha) และ Kraken ในช่วงต้นปี 2026 เหรียญ DMC มีการซื้อขายอยู่ในตลาดอย่างคึกคัก
  • ราคาโดยประมาณ ซื้อขายกันอยู่ที่ระดับประมาณ $0.00049 - $0.00093 USD ต่อโทเคน (ขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาดในแต่ละช่วงเวลา)
  • มูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ในระดับเริ่มต้นที่หลักล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในมุมมองของนักลงทุนสายคริปโต ถือว่าเป็นจุดที่โปรเจกต์ยังมีโอกาสเติบโต (Upside Potential) ได้อีกมาก หากบริษัทยานยนต์สามารถผลักดันการผลิตรถยนต์ EV พร้อมระบบบล็อกเชนออกสู่ตลาดมวลชนได้สำเร็จ
  • คำเตือน (Disclaimer) ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีมีความผันผวนสูงมาก ข้อมูลราคาในอดีตหรือการคาดการณ์ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคตได้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลโปรเจกต์ Whitepaper และความเสี่ยงด้วยตนเอง (Do Your Own Research) อย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

บทสรุป อนาคตไม่ได้ถูกกำหนดไว้... คุณคือผู้สร้างมันเอง
"Your future hasn't been written yet. No one's has. Your future is whatever you make it. So make it a good one."
(อนาคตของคุณยังไม่ได้ถูกเขียนขึ้น อนาคตของทุกคนนั่นแหละ อนาคตคือสิ่งที่คุณสร้างมันขึ้นมาเอง ดังนั้นจงสร้างมันให้ดีล่ะ)
— Dr. Emmett Brown

       การถือกำเนิดของ DMC Token และ DeLorean Labs ไม่ได้เป็นเพียงแค่แผนการตลาดฉาบฉวยที่นำเอาชื่อเสียงจากยุค 80s มาหากินในยุคดิจิทัล แต่มันคือ บทพิสูจน์ (Proof of Concept) ที่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ดั้งเดิมสามารถหลอมรวมเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างบล็อกเชน สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) และแนวคิด RWA (Real World Assets) ได้อย่างเป็นรูปธรรม

       ในอนาคตอันใกล้ เราอาจไม่ต้องพกสมุดทะเบียนรถกระดาษที่เสี่ยงต่อการสูญหายหรือปลอมแปลงอีกต่อไป รถยนต์ที่คุณขับจะสื่อสารกับระบบบล็อกเชน ประวัติทุกอย่างจะถูกบันทึกอย่างโปร่งใส และแบรนด์จะถูกขับเคลื่อนโดยชุมชนผู้ใช้งานอย่างแท้จริง
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนคริปโตสายเทค (Tech-savvy) ที่มองหา Use Case ระดับโลก, เป็นผู้คลั่งไคล้ในรถยนต์ EV, หรือเป็นเพียงแฟนเดนตายของภาพยนตร์ Back to the Future ที่ฝันอยากจะมีส่วนร่วมกับไทม์แมชชีนแห่งความทรงจำนี้... การก้าวเข้ามาของ DMC Token ก็เปรียบเสมือนตั๋วโดยสารสู่อนาคตใบใหม่ ที่กำลังเชื้อเชิญให้คุณรัดเข็มขัดให้แน่น แล้วเตรียมพุ่งทะยานทะลุ 88 ไมล์ต่อชั่วโมงไปพร้อมๆ กัน!
#7
วิเคราะห์กราฟ Forex ประจำวัน / บทวิเคราะห์กราฟทางเทคนิค NZDUS...
กระทู้ล่าสุด โดย support-2 - เมื่อวานนี้ เวลา 02:35:27 ก่อนเที่ยง
📊 บทวิเคราะห์กราฟทางเทคนิค NZDUSD / AUDNZD
ประจำวันที่ 17/06/2026



NzdUsd 17-06.png

NZDUSD (H1)
Bias: ขาลง (SHORT) 🔻

📌 เหตุผล: ราคาเกิด Bearish QM Pattern และเด้งขึ้นมาทดสอบโซน QM Resistance โครงสร้างยังเป็นฝั่งขายตราบใดที่ราคายังอยู่ใต้โซนนี้

🎯 โซนสำคัญ: QM Resistance บริเวณ 0.5840 – 0.5845 / ด้านบนมี FVG Zone ค้างอยู่ / เป้าด้านล่างที่ Demand Zone

📋 แผนเทรด: รอราคาทดสอบโซน QM Resistance แล้วหาสัญญาณ SHORT ใน Timeframe ที่เล็กลงเพื่อเข้าตามทิศ

🎯 Entry zone: 0.5840 – 0.5845 (QM Resistance — โซนอ้างอิง TF หลัก)
⛔ Stop Loss: 0.5885
✅ Take Profit 1: 0.5797
✅ Take Profit 2: 0.5775

💡 ข้อสังเกต: SL วางไกลโดยตั้งใจ เพราะด้านบนยังมี FVG Zone ค้างอยู่ ราคาอาจดีดขึ้นไป sweep high ของ QM อีกครั้งก่อนกลับตัวลงจริง / RR ขึ้นกับจุดที่สัญญาณ SHORT ยืนยันจริงใน TF เล็ก ไม่ต้องฝืนรอราคาขึ้นลึก

⚠️ ยกเลิกแผน: ราคาปิดเหนือโซน QM Resistance / FVG อย่างชัดเจน และยืนเหนือ swing high ได้ ถือว่าแผน SHORT นี้ผิดทาง



AudNzd 17-06.png

AUDNZD (H1)
Bias: ขาขึ้น (LONG) 🔼

📌 เหตุผล: ราคาเด้งขึ้นจาก Demand Zone และเริ่มทำ Higher Low โครงสร้างระยะสั้นกลับมาเป็นฝั่งซื้อ

🎯 โซนสำคัญ: Demand Zone บริเวณ 1.2100 – 1.2110 เป็นฐานรับ / เป้าด้านบนตามแนวฟิบ

📋 แผนเทรด: รอราคาย่อกลับมาทดสอบ Demand Zone แล้วหาสัญญาณ LONG ใน Timeframe ที่เล็กลงเพื่อเข้าตามทิศ

🎯 Entry zone: 1.2100 – 1.2110 (Demand Zone — โซนอ้างอิง TF หลัก)
⛔ Stop Loss: 1.2065
✅ Take Profit 1: 1.2164
✅ Take Profit 2: 1.2188

💡 ข้อสังเกต: ราคาขยับขึ้นเหนือ Demand Zone มาเล็กน้อยแล้ว ถ้าไม่ย่อกลับลงมาทดสอบโซน ให้รอจังหวะ breakout / pullback ใน TF เล็กแทนการไล่ราคา / RR ขึ้นกับจุดที่สัญญาณ LONG ยืนยันจริง

⚠️ ยกเลิกแผน: ราคาหลุดต่ำกว่า Demand Zone และปิดใต้ระดับ SL ถือว่าโครงสร้างฝั่งซื้อเสีย แผน LONG นี้ผิดทาง



📍 หมายเหตุการเข้าเทรด: ระดับ SL / TP ข้างต้นอ้างอิงจากภาพ Timeframe หลักของแต่ละสินค้า (ระบุ TF กำกับไว้ที่หัวข้อสินค้า) ใช้บอกภาพรวมและเป้าหมาย — แนะนำหาจังหวะเข้า (Entry) ใน Timeframe ที่เล็กกว่า โดย SL ปรับตามรูปแบบการเข้าใน TF เล็ก ส่วน TP ยึดตามเป้าหมายของภาพหลัก

* บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดบริหารความเสี่ยงทุกครั้ง
#8
การวิเคราะห์ทางเทคนิค / RSI 2 Strategy
กระทู้ล่าสุด โดย support-1 - เมื่อวานนี้ เวลา 01:18:58 ก่อนเที่ยง
พัฒนาโดย Larry Connors กลยุทธ์ 2-period RSI เป็นระบบเทรดที่อ้างอิงถึงการที่ราคาจะวิ่งเข้าหาค่าเฉลี่ย โดยสัญญาณซื้อขายจะเกิดหลังจากการเกิดการกลับตัว กลยุทธ์ค่อนข้างเรียบง่าย Connors แนะนำว่า ให้มองหาโอกาสซื้อเมื่อ 2-period RSI เคลื่อนไหวต่ำกว่า 10 ซึ่งก็ถือว่าเป็นช่วงที่ Oversold มาก ๆ ในทางกลับกันเทรดเดอร์สามารถมองหาสัญญาณ Sell เมื่อ 2-period RSI เคลื่อนไหวสูงกว่า 90 ซึ่งค่อนข้างเป็นกลยุทธ์ระยะสั้นที่เน้นความดุดัน ออกแบบมาเพื่อที่จะเทรดตามเทรนด์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อหาจุดต่ำสุดจุดสูงสุด ก่อนที่จะไปดูรายละเอียด บทความนี้ออกแบบมเพื่อให้ความรู้กับนักเทรดไม่ได้นำเสนอกลยุทธ์ที่บอกว่า ทำกำไรได้แน่นอน แต่ว่าเป็นการพัฒนาประสิทธิภาพนักเทรด

กลยุทธ์

มี 4 ขั้นตอนในกลยุทธ์นี้ และเกี่ยวกับราคาปิด อย่างแรก ต้องวิเคราะห์เทรนด์ใหญ่ในระยะยาวโดยใช้ MA เสียก่อน Connors แนะนำ 200-day moving average เทรนด์ระยะยาวเป็นขาขึ้นเมื่อหลักทรัพย์อยู่สูงกว่า 200 -day SMA และเป็นขาลง เมื่อหลักทรัพย์อยู่ต่ำกว่า 200-day SMA เทรดเดอร์ต้องมองหาโอกาสซื้อเมื่อมันอยู่สูงกว่า 200-day SMA และขายเมื่อมันอยู่ต่ำกว่า 200-day SMA.

944.png

อันดับสอง เลือกระดับ RSI เพื่อวิเคราะห์การซื้อขาย ภายในการแกว่งตัวของเทรนด์ Connors ได้ทดสอบ RSI levels ระหว่าง 0 ถึง 10 เพื่อเป็นสัญญาณซื้อ และ 90 และ 100 เป็นสัญญาณขาย Connors พบว่าผลตอบแทนค่อนข้างดีเมื่อซื้อเมื่อ RSI อยู่ต่ำกว่า 5 เมื่อเทียบกับ RSI ต่ำกว่า 10 สำหรับการส่ง Sell ผลตอบแทนสูงเมื่อ RSI สูงกว่า 95 เมื่อเทียบกับ ค่า 90 พูดง่ายๆ ก็คือยิ่งสัญญาณเกิดค่าใกล้จุดสูงสุดต่ำสุดก็จะทำให้ผลตอบแทนสูง

อันดับ 3 เกี่ยวกับออเดอร์ซื้อขายและ เวลาของการส่งออเดอร์ เทรดเดอร์ต้องดูว่าตลาดใกล้จะปิดแท่งหรือยัง อย่าเปิดก่อนที่แท่งใหม่จะเปิดขึ้นมา ซึ่งมันมีข้อดีข้อเสียกับวิธีการนี้ Connors บอกว่าการซื้อก่อนที่ราคาจะเกิดแท่งปิดซึ่งอาจจะเกิดช่องว่าง ทำให้เวลาเปิดแท่งใหม่ ขณะที่การรอจะทำให้เทรดเดอร์ตัดสินใจเกี่ยวกับการเข้าได้มากขึ้น

ขั้นตอนที่ 4 คือการตั้งค่าจุดออก ในตัวอย่างของเขาเขาใช้ S&P 500 Connors บอกว่า การออกออเดอร์ Long เมื่อมันอยู่สูงกว่า 5-day SMA และ ออเดอร์ Sell ต่ำกว่า 5-day SMA ซึ่งจะเห็นว่ากลยุทธ์แบบนี้เป็นกลยุทธ์ระยะสั้น ออกเร็ว เทรดเดอร์สามารถใช้ trailing stop หรือใช้ Parabolic SAR แทนก็ได้ บางครั้งเทรนด์แรง ๆ ก็อาจจะไปได้ไกล การใส่ Trailing Stop จะทำให้เราอยู่ในเทรนด์ได้นานขึ้น

ตั้ง Stop loss อยู่ที่ไหน Connors บอกว่าเขาไม่ได้ตั้ง Stop loss ใช่คุณอ่านไม่ผิด ในการทดสอบของเขา มันใช้การเทรดเป็นหลายพันครั้ง Connors พบว่าการตั้ง Stop loss ทำให้ผลการเทรดแย่ลง เมื่อใช้กับหุ้น ขณะที่ตลาดมันเคลื่อนตัวแรง การไม่ใช้ Stoploss ส่งผลทำให้การขาดทุนมากหรือ Drawdown มันเป็นความเสี่ยงแต่ว่ามันก็เป็นเกมส์ที่เสี่ยงเช่นกัน นักเทรดจะต้องตัดสินใจรับความเสี่ยงนี้เอง

ตัวอย่างการเทรด

กราฟข้างล่างแสดงหุ้น Dow Industrials SPDR (DIA) พร้อมกับเส้น 200-day SMA (red), 5-period SMA (pink) และ 2-period RSI สัญญาณตลาดกระทิงเกิดขึ้นเมื่อ DIA อยู่สูงกว่า 200-day SMA และ RSI(2) เคลื่อนที่ไปหา 5 หรือต่ำกว่า สัญญาณหมีเกิดขึ้นเมื่อ DIA ต่ำกว่า 200-day SMA และ RSI(2) เคลื่อนที่ไปสูงกว่า 95 มีสัญญาณ 7 ครั้งใน 12 เดือน สัญญาณตลาดกระทิง 4 ครั้งตลาดหมี 3 ครั้ง สัญญาณตลาดกระทิง 4 ครั้ง DIA เคลื่อนไหวสูงกว่าเดิม 3 ใน 4 ครั้ง ซึ่งหมายความว่ามันทำกำไรได้ ส่วนสัญญาณตลาดหมี 3 ครั้ง DIA เคลื่อนไหวต่ำกว่า 5 เพียง 1 ครั้ง DIA เคลื่อนไหว สูงกว่า 200-day SMA หลังจากที่สัญญาณตลาดหมีเกิดขึ้นในเดือน ตุลาคม เมื่อมันอยู่สูงกว่า 200-day SMA เครื่องมือ 2-period RSI ไม่ได้เคลื่อนที่เข้าเขต 5 หรือต่ำกว่าในการให้สัญญาณซื้อ การขาดทุนหรือกำไรขึ้นอยู่กับระดับที่ใช้ตั้งจุดทำกำไรในการเทรด

945.png

ตัวอย่างที่สองเป็นหุ้น Apple (AAPL) ซึ่งมีการซื้อขายสูงกว่าเส้น 200-day SMA เป็นส่วนใหญ่ มีสัญญาณซื้อเกิดขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งมันยากที่จะป้องกันการขาดทุนใน 5 อันแรกเพราะว่า AAPL เคลื่อนไหวซิกแซกจากช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ไปยังกลางเดือน June 2011 สัญญาณ 5 อันถัดมา ดีขึ้นหน่อยเมื่อ AAPL แกว่งตัวซิกแซกอยู่สูงกว่าสถานการณ์แรก จากเดือน August จนถึง January มองที่กราฟนี้ มันเห็นได้ชัดว่าสัญญาณเทรดหลาย ๆ อันนั้นเข้าเร็วมาก หรือก็คือApple เคลื่อนที่ทำ New Low หลังจากที่เกิดสัญญาณแล้วเกิดการรีบาวด์

946.png

การปรับแต่ง

เนื่องจากทุก ๆ กลยุทธ์การเทรด มันเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องศึกษาสัญญาณและพยายามปรับปรุงมันก่อนใช้ หลักการคือต้องพยายามให้มันตรงที่สุดเพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จ อย่างที่ได้กล่าวไว้

กลยุทธ์ RSI(2) strategy สามารถเข้าเทรดก่อนได้เพราะว่าการเคลื่อนไหวอาจจะช้ากว่าสัญญาณ ราคาอาจจะเคลื่อนไหวหลังจากที่ RSI(2) อยู่สูงกว่า 95 หรืออาจจะลงลงไปต่ำกว่า 5 แล้วแต่ราคายังไม่ลง การที่จะแก้ไขสถานการณ์ นักเทรดควรมองหาอะไรบางอย่างที่จะบอกการกลับตัว ซึ่งอาจจะใช้การวิเคราะห์แท่งเทียน รูปแบบราคาหรือเครื่องมืออื่น ๆ หรือแม้แต่การปรับค่า RSI(2)

946.png

RSI(2) สูงกว่า 95 เพราะว่าราคากำลังสูงขึ้น การส่งออเดอร์ Sell ช่วงนี้เป็นช่วงอันตราย เทรดเดอร์ต้องกรองสัญญาณ โดยรอให้ RSI(2) กลับลงมาต่ำกว่าเส้นกลาง เช่นเดียวกันเมื่อหลักทรัพย์เทรดสูงกว่า 200-day SMA และ RSI(2) อยู่ต่ำกว่า 5 นักเทรดต้องกรองสัญญาณ โดยรอให้ RSI(2) ทำให้มันเคลื่อนที่สูงกว่า 50 ซึ่งจะส่งสัญญาณว่าราคากำลังส่งสัญญาณระยะสั้น กราฟข้างบนแสดงหุ้น Google พร้อมกับ RSI(2) กรองพร้อมกับการตัดเส้นกลาง มีสัญญาณเทรดที่ดีและไม่ดี ซึ่งจะสังเกตุว่า สัญญาณเดือนตุลา ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะ GOOG อยู่สูงกว่า 200-day SMA ขณะที่ RSI เคลื่อนที่ต่ำกว่า 50 ซึ่งจะเห็นว่า gap เหมือนกัน

สรุป

กลยุทธ์ RSI(2) ให้เทรดเดอร์มีโอกาสในการเทรดตามเทรนด์ Connors กล่าวว่าเทรดเดอร์ควรซื้อสัญญาณกลับตัวไม่ใช่ ซื้อตอนเบรคเอาท์ ในทางกลับกันเทรดเดอร์ควร Sell เมื่อเกิดการดีดกลับขึ้นไป ไม่ใช่เบรคแนวรับ ซึ่งกลยุทธ์นี้ก็เหมาะกับปรัชญาของเขา แม้ว่า Connors ได้ทดสอบและแสดงให้เห็นว่า การตั้ง Stop loss ทำให้ผลการเทรดไม่ดี แต่ว่าเทรดเดอร์ต้องพัฒนาจุดเข้าจุดออกตั้งจุดตัดขาดทุนไม่ว่ากลยุทธ์ใด ๆ เทรดเดอร์ต้องออกเมื่อเงื่อนไขเข้าหรือว่าตั้ง Trailing Stop ไว้ และต้องระลึกไว้เสมอว่า บทความนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการออกแบบระบบ ไม่ใช่เอาไปใช้โดยไม่ปรับแต่ง ท่านต้องปรับให้เหมาะกับสไตล์โอกาสสร้างผลตอบแทนและความเสี่ยงที่เหมาะสมกับท่านเอง
#9
วิเคราะห์กราฟ Forex ประจำวัน / ต่อ: Forex Signal
กระทู้ล่าสุด โดย narjant - เมื่อวานนี้ เวลา 12:50:54 ก่อนเที่ยง
#10
วิเคราะห์กราฟ Forex ประจำวัน / Forex Signal
กระทู้ล่าสุด โดย narjant - เมื่อวานนี้ เวลา 12:49:17 ก่อนเที่ยง